ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายวิชิตร์ ที่ อ.แคนดง พบว่านายวิชิตร์ อาศัยอยู่กับภรรยา และลูกชายในบ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็กๆ ฐานะค่อนข้างยากจนเนื่องจากมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ส่วนภรรยาก็ทำเพิงเล็กๆ ขายของหน้าบ้าน โดยวันนี้ได้มีผู้นำหมู่บ้าน และชาวบ้านที่ทราบข่าว มาสอบถามและให้กำลังใจนายวิชิตร์ ที่บ้านด้วย ซึ่งต่างก็แปลกใจและไม่เชื่อว่านายวิชิตร์ จะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนบริษัทและมีหนี้สิน 97 ล้านตามที่ถูกฟ้องจริง เพราะเห็นนายวิชิตร์ ทำอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อยมาตลอด อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบเอกสารที่ทางสรรพกรให้มา ก็พบพิรุธเนื่องจากเลข 13 หลักในเอกสาร ไม่ตรงกับเลข 13 หลักในบัตรประชาชนตัวของนายวิชิตร์ ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าหากนายวิชิตร์ เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทตามที่ถูกฟ้องร้องกล่าวหา ทำไมถึงได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนช่วยเหลือจากรัฐ และหากถูกฟ้องเป็นผู้ล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2562 ทำไมรัฐยังสามารถโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิดเดือนละ 5,000 บาทได้ ซึ่งขัดแย้งกันเพราะหากเป็นผู้ล้มละลายจะต้องไม่สามารถดำเนินการธุรกรรมทางการเงินได้ 3 ปี จึงเชื่อว่าน่าจะมีการออกหมายผิดพลาดหรือผิดตัวมากกว่า