"บุญเกื้อหนุน" มอบตัวตามหมายจับ ม.110
16 ต.ค. 2563 | jiradej

"บุญเกื้อหนุน เป้าทอง" นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยแม่และทนายความ เข้ามอบตัวตำรวจ สน.ดุสิต ตามหมายจับ ม.110 ข้อหาประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินี และรัชทายาท
ข่าว
16 ต.ค. 2563 | jiradej

"บุญเกื้อหนุน เป้าทอง" นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยแม่และทนายความ เข้ามอบตัวตำรวจ สน.ดุสิต ตามหมายจับ ม.110 ข้อหาประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินี และรัชทายาท
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2563 นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาพร้อมด้วยมารดา และทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อเข้ามอบตัวกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ตามหมายจับทั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึง นายบุญเกื้อหนุน ได้ยืนชู 3 นิ้ว ที่บริเวณทางเข้าโรงพัก และกล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนเข้ามอบตัวว่า ขณะนี้ตนขอรอเพื่อนก่อน เนื่องจากยังไม่รู้ว่าเมื่อเข้ามอบตัวแล้ว จะมีโอกาสออกมาเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องมาตรา 110 นอกจากจะเป็นคดีร้ายแรง ยังเป็นคดีที่ไม่มีใครเคยหยิบมาใช้มาก่อน และค่อนข้างจะแปลกใจเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สปิริตยังดีอยู่
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายบุญเกื้อหนุน ยืนยันว่า การมามอบตัวตามหมายจับในข้อหานี้ เป็นการแสดงความบริสุทธ์ ว่า ไม่มีเจตนาหลบหนี พร้อมอ้างว่า ในวันที่เกิดเหตุ ต้องการชุมนุมอย่างสงบ โดยมีการถือโทรโข่งจริง แต่ช่วงที่จะมีขบวนเสด็จ ไม่ได้รับการแจ้งเตือนแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อเห็นขบวน ก็ตั้งใจถอยห่าง เพื่อให้ขบวนผ่านไปได้ แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าว และมองว่า การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 110 ไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีเจตนา เข้าไปทำร้ายองค์ราชินีและรัชทายาท ยืนยัน จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้ หลังการมอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายบุญเกื้อหนุน ไปควบคุมตัวที่ บก.ตชด.ภาค1 จ.ปทุมธานี
ทางด้าน นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ จะต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมเห็นว่า การนำกฎหมายมาตรานี้มาใช้ ไม่มีมานานแล้ว และยืนยันเช่นกันว่า ผู้ชุมนุมในพื้นที่ขณะเกิดเหตุ ไม่มีเจตนาทำลายขบวนเสด็จ ส่วนลูกความ ก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นนักศึกษา และไม่คิดหลบหนี จึงเชื่อว่า จะได้รับการประกันตัว
ทั้งนี้ สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปีวรรคสอง ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกันวรรคสาม ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์หรือชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตวรรคสี่ ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี