เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ศาลแขวงดุสิต ภายหลังจากพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องฝากขัง ผู้ต้องหา 19 ราย ประกอบไปด้วย นายวชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1,นายปริญญ์ รอดระหงษ์ ผู้ต้องหาที่ 2,นายปวริศ แย้มยิ่ง ผู้ต้องหาที่ 3,นายฐิติสรรค์ ญาณวิกร ผู้ต้องหาที่ 4,นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ,นายวันชัย สุธงสา ผู้ต้องหาที่ 6 ,น.ส.วรางคณา แสนอุบล ผู้ต้องหาที่ 7,นายนันทพงศ์ ปานมาศ ผู้ต้องหาที่ 8 ,นายทวีชัย มีมุ่งธรรม ผู้ต้องหาที่ 9 ,นายเมยาวัฒน์ บึงมุม ผู้ต้องหาที่ 10 ,นายธนกฤต สุขสมวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 11,นางเพ็ญศรี เจริญเณรรักษา ผู้ต้องหาที่ 12 ,น.ส.อภิชญา เพิ่มพงษ์พิพัฒน์ ผู้ต้องหาที่13,นายมุสิก ผิวอ่อน ผู้ต้องหาที่14,นายภักดี ศรีรัตอำไพ ผู้ต้องหาที่ 15 ,นายนวพล ต้นงาม ผู้ต้องหาที่ 16,นายกิตติภูมิ ทะสา ผู้ต้องหาที่ 17,นายทรงพล สนธิรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 18 ,นายจิรวัฒน์ รูปใหญ่ ผู้ต้องหาที่ 19 โดยผู้ต้องหาทั้ง 19 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิเคราะห์คำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 และคำร้องคัดค้านการขอฝากขังแล้วเห็นว่า ที่ผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าคัดค้านว่าผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าใช้สิทธิชุมนุมตามกฎหมายและผู้ต้องหาทั้งสิบเก้ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งทั้งการรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าและการสอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปากเป็นขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้โดยพนักงานสอบสวนไม่ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังนั้น เห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าเนื่องจากพบว่ามีการกระทำความผิดซึ่งหน้า
โดยปรากฏข้อเท็จจริงตามคำร้องว่ามีการตั้งเต็นท์การชุมนุมในที่สาธารณะและจอดรถบริเวณที่เกิดเหตุและปิดเส้นทางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ผิวทางการจราจรเพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางไปมา แต่ผู้ถูกจับกุมขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่อีกทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ถูกจับมั่วสุมกันและใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อความวุ่นวายโดยสาดสีและขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าพนักงานตำรวจ รวมถึงพื้นถนนทำให้เกิดสิ่งปฏิกูลบนพื้นถนนรวมทั้งตั้งสิ่งของต่างๆและจอดรถยนต์บรรทุกเครื่องเสียงในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งและประกาศเตือนให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมและสาดสีพร้อมขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าพนักงานตำรวจ
ประกอบกับมิได้ แจ้งหรือขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันโรคติดต่อ อันทำให้ศาลเห็นว่ามีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้นั้นจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ซึ่งมีเหตุที่ศาลจะออกหมายขัง เมื่อปรากฏว่าผู้ถูกจับทั้งสิบเก้าไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวและมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวนพนักงานสอบสวนมีสิทธิยื่นคำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังได้ตามกฎหมาย ทั้งตามคำร้องของพนักงานสอบสวนอ้างว่าต้องรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าและสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนพยานดังกล่าวได้โดยชอบ กรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถยื่นฟ้องได้ทันภายใน 48ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิบเก้า พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาหลายข้อกล่าวหา กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ข้อคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จึงอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหาทั้งสิบเก้าตามขอ
ต่อมาผู้ต้องหาทั้งหมดยื่นคำร้องขอประกันตัว ขณะนี้รอศาลพิจารณาคำสั่งต่อไป....