เนชั่นทีวี

ข่าว

หอการค้าฯ-สภาอุตฯ หวั่นม็อบบานปลาย 'ถล่ม' เศรษฐกิจ

13 ต.ค. 2563 | thitipong_mun

หอการค้าฯ-สภาอุตฯ หวั่นม็อบบานปลาย 'ถล่ม' เศรษฐกิจ

เอกชน ชี้ ชุมนุมการเมืองกระตุกเศรษฐกิจร่วงต่อ ซ้ำเติมผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่หอต่างประเทศ เผยนักธุรกิจต่างชาติรับรู้ข่าวจากโซเซียลคนชุมนุมร่วมแสน สร้างความตื่นตระหนก หวั่นรุนแรงกระทบลงทุน

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามที่จะสร้างกระแสการชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งบางคนก็ไม่รับรู้ว่าสถานการณ์โลกไปถึงไหนแล้ว และสถานการณ์ในประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งเศรษฐกิจไทยก็เริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังไม่รู้ว่าไตรมาส 4 จะมีคนตกงานมากน้อยแค่ไหน หากมีการชุมนุม มีความปั่นป่วนแบบนี้ความไม่มั่นใจในการประกอบธุรกิจ การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมีมากขึ้นก็ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้แย่ลง คนว่างงานก็มีมากขึ้น ไม่ต้องการให้เกิดสภาวะแบบนี้ ดังนั้นช่วงทุกคนต้องร่วมมือกันพาประเทศให้พ้นวิกฤตไม่ใช่มาสร้างกระแสการเมือง" ทุกคนต้องช่วยกันไม่ให้เกิดโควิด-19 รอบสอง ช่วยเศรษฐกิจให้ฟื้น กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาปากท้องของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งประเทศของเราก็เป็นประเทศที่เป็นแหล่งอาหารของโลก หากมีปัญหาการเมืองก็จะทำให้การค้าขาย การลงทุน นักธุรกิจก็ไม่อยากเข้ามาลงทุนในประเทศ"นายกลินท์ กล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฏร์ในการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นั้นตนมองว่า ข้อเรียกร้องจะต้องตอบโจทย์ประเทศให้ได้ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลาออก แล้วบอกไหมว่าจะให้ใครมาเป็นนายกฯ ซึ่งข้อเรียกร้องก็ต้องมีเหตุและผลมารองรับให้ครบวงจร อย่างไรก็ตามการชุมนุมการเมืองในวันที่ 14 ต.ค.เชื่อว่ารัฐบาลจะควบคุมได้ เพราะรัฐบาลต้องทำให้ประเทศอยู่รอดเพื่อบริหารประเทศต่อไป ทำการเมืองให้นิ่ง เศรษฐกิจเดินหน้า คนไม่ตกงาน ขณะนี้รัฐบาลก็พยายามออกมาตรการช่วยเหลือ กระตุ้นเศรษฐกิจทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งต่างประเทศก็อยากมาท่องเที่ยว มาลงทุนในประเทศ บรรยากาศภายในประเทศกำลังดี ถ้าเรามีเรื่องการเมืองมาก็จะทำให้ทุกอย่างสะดุดเมื่อถามว่าเกรงว่าจะมีมือที่ 3 เข้าทำให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ นายกลินท์ กล่าวว่า ก็มีโอกาส เพราะทุกอย่างมีความเสี่ยง ดีที่สุดคือ การพูดคุย ว่าต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่ต้องการก็ต้องเป็นไปได้ด้วย
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในวันที่ 14 ต.ค.นี้ มองว่าไม่น่าเป็นห่วง รัฐบาลน่าจะดูแลสถานการณ์ได้ไม่บานปลาย ซี่งจากการพูดคุยกับนักลงทุนยังไม่ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ชุมชุมประท้วงในไทย แต่จะเป็นห่วงในเรื่องสถานการณ์โควิด-19 มากกว่า"การชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศก็มีการชุมนุมแบบนี้ ซึ่งนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างมองว่าไม่ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นแต่อย่างใด โดยหากการชุมนุมไม่ยืดเยื้อ หรือมีความรุนแรงก่อให้เกิดความเสียงหายต่อทรัพย์สิน หรือบาดเจ็มล้มตาย ก็ยังไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือการลงทุนของไทย"

ข่าวล่าสุด