เนชั่นทีวี

ข่าว

สุดฮือฮา! นร.หญิงล้วน ร.ร.ดัง ปราศรัยกลางโรงอาหาร จวกอำนาจนิยมในโรงเรียนก่อนชวนมาม็อบ 14 ต.ค.นี้

12 ต.ค. 2563 | Nattawut

สุดฮือฮา! นร.หญิงล้วน ร.ร.ดัง ปราศรัยกลางโรงอาหาร จวกอำนาจนิยมในโรงเรียนก่อนชวนมาม็อบ 14 ต.ค.นี้

สุดฮือฮา! นักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดัง ในจังหวัดร้อยเอ็ด โดดขึ้นโต๊ะกลางโรงอาหารกล่าวปราศรัย อำนาจนิยมในโรงเรียน และ การศึกษาไทย รวมถึงปัญหาการว่างงาน พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรมชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้

แชร์กันสนั่น! เมื่อเพจเฟซบุ๊ก สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก ได้ไลฟ์สดนักเรียนหญิง ของโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดัง ในจังหวัดร้อยเอ็ด ขึ้นกล่าวปราศรัยกลางโรงอาหาร ที่ปราศรัยถึงเรื่อง อำนาจนิยมในโรงเรียน และ การศึกษาไทย รวมถึงปัญหาการว่างงาน ก่อนจะเชิญชวนร่วมกิจกรรมชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ

สุดฮือฮา! นร.หญิงล้วน ร.ร.ดัง ปราศรัยกลางโรงอาหาร จวกอำนาจนิยมในโรงเรียนก่อนชวนมาม็อบ 14 ต.ค.นี้


โดย นักเรียนหญิงดังกล่าว ได้กล่าวเปิดว่า ที่ขึ้นมาพูดวันนี้ขอใช้เวลาไม่นาน อยากให้ทุกคนได้ฟังกันถึงเรื่องที่เราอึดอัดมาตลอดโดยมีประมาณ 2-3เรื่องที่จะพูด เรื่องแรกๆ 
"อำนาจนิยมในโรงเรียน" 
อำนาจคืออะไร อำนาจคือสิ่งที่ผู้มียศสูงกว่าใช้กดหัวเราลงมา ในที่นี้อำนาจนิยมในโรงเรียนคือการครู หรือว่าคนที่เรียกตัวเองว่าแม่พิมพ์แห่งชาติ ใช้อำนาจตัวเองในการเป็นครูกดเราให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่เค้าสร้างขึ้นมา และเมื่อเราพยายามที่จะออกจากกรงนั้นที่ได้ขังเราเอาไว้ เค้าจะสวนกลับมาว่า "นี่มาเถียงฉันหรือ" เรื่องเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น การอบรมสั่งสอนเป็นสิ่งที่ครูพึงกระทำ และควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะพอดี การอบรมสั่งสอนที่ถูกที่ควรทำ แต่การอบรมสั่งสอนเพื่อทำให้ตนเองพอใจ ไม่สมควรจะมายุ่งกับพวกเรา ทรงผม ถุงเท้า แม้แต่สีเสื้อในที่ดิฉันใส่อยู่ในตอนนี้ ถ้าเอาให้ใกล้ตัวกว่านั้นคือสีเสื้อกันหนาวที่ใส่มาตอนเช้าผิดอะไร ดิฉันใส่มาเนื่องมันหนาว เนื่องจากแดดร้อน คุณบอกให้ฉันถอด เพราะคุณอยากได้ระเบียบวินัย
"ระเบียบวินัยไม่ได้สร้างมาจากเสื้อกันหนาว มันสร้างมาจากตัวคน แล้วการที่เราถูกอบรมสั่งสอนนอกห้องเรียนแบบนี้ คุณได้ย้อนกลับมาดูหรือยังว่า คนที่สอนเรานอกห้องเรียน ทำหน้าที่เป็นครูสั่งสอนให้เราเรียนบทเรียนนั้นได้ดีแล้วหรือยัง"นักเรียนหญิง กล่าวเพิ่มอีกว่า "ในการสอบครู เค้าไม่มีการสอบจรรยาบรรณครูกันใช่ไหม หรือว่าจรรยาบรรณของครูมันเป็นสิ่งที่ท่องจำกันมาเพื่อใช้ในการสอบ เหมือนที่เอาบทเรียนให้นักเรียนท่องจำแล้วใช้ในการสอบเท่านั้น เรื่องนี้จึงอยากให้ทุกคนตระหนัก ว่าอำนาจที่เราถูกกดมาตลอดเวลา เรื่องเราที่เถียงไม่ได้ เวลาที่คนรุ่นใหม่จะออกมาพูดกับถูกต่อว่า ดิฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็อาจถูกอำนาจนิยมในโรงเรียนกดขี่อยู่เหมือนกัน หลังจากที่ดิฉันลงจากโต๊ะนี้ไปแล้ว"

สุดฮือฮา! นร.หญิงล้วน ร.ร.ดัง ปราศรัยกลางโรงอาหาร จวกอำนาจนิยมในโรงเรียนก่อนชวนมาม็อบ 14 ต.ค.นี้

เรื่องที่สอง "เรื่องการเรียนการสอนในไทย" การศึกษาในประเทศไทยคือความเหลื่อมล้ำอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พวกเราอยู่กับความเคยชินมาตลอด ทุกคนมีใครเรียนพิเศษ เข้าค่ายติวบ้าง เชื่อว่ามีหลายคน ณ ที่นี้ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อลงคอร์สเรียนพิเศษทั้งที่จริงแล้วเราควรจะเรียนพิเศษเพื่อหาความรู้เพิ่ม ไม่ใช่เรียนพิเศษเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อในสิ่งที่เรียกว่าระบบการศึกษาไทย นี้ทำให้เรารู้ว่าการศึกษาในไทยห่วยแตกจนไม่สามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายของตนได้ ถ้าใครไม่มีทุนทรัพย์ ต้องหาเงินแทบเป็นแทบตายเพื่อที่จะได้เข้ามหาลัย บางคนไม่มีเวลาแม้แต่จะอ่านหนังสือ ไม่มีเวลาลงคอร์สเรียน คนชายขอบถูกเตะออกไปจากระบบการศึกษาไทย ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องพื้นฐาน สิทธิที่เราควรได้รับทุกคน หลังจากที่เราเรียนจบไปก็หวังจะมีงานทำดีๆทำ เพื่อจะได้มีเงินมาเลี้ยงชีพ เลี้ยงพ่อแม่ แต่กลับพบว่าเรียนจบมาแล้วต้องเจอปัญหาว่างงาน แบบนี้จะเรียนไปทำไม
นักเรียนหญิง ยังกล่าวอีกว่า "เรื่องว่างงานเป็นปัญหาที่เกิดมานาน ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขเสียที เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่วนกลางจะต้องแก้ไข แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอนาคตที่เราว่างงานได้ แล้วเราจะมีรัฐบาลชุดนี้ไว้ทำไม"

สุดฮือฮา! นร.หญิงล้วน ร.ร.ดัง ปราศรัยกลางโรงอาหาร จวกอำนาจนิยมในโรงเรียนก่อนชวนมาม็อบ 14 ต.ค.นี้


อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องความพยายามของเรา มีคนเดินมาบอกเหมือนกันว่าที่คุณคิดถึงปัญหาการว่างงานในอนาคตของตัวเอง เพราะคุณพยายามไม่พอหรือไม่ ดิฉันตอบไปว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราไม่พยายาม เราพยายามกันจะตายอยู่แล้ว แต่เพราะว่าเขาไม่เห็นหัวเราเลย
เราไม่ควรจะเรียนสูงๆ แล้วจบไปเป็นคนว่างงาน เราควรมีอนาคตที่ดี ดังนั้น ดิฉันขอสรุปการปราศรัยในครั้งนี้ว่า อยากให้ทุกคนได้ตื่นรู้ว่าเรากำลังประสบปัญหาทางการเมืองโดยตรง ฟุตปาธทำให้เราล้มเป็นแผล สายไฟยังคงระโยงระยางลงมาจากข้างบน พร้อมจะลากคอเราตายได้ทุกเมื่อ เราไม่ควรต้องเจออะไรแบบนี้
ดังนั้น 14 ตุลาคมนี้ ที่ถนนราชดำเนิน จะต้องเปลี่ยนเป็นถนนราษฎรดำเนิน แล้วเราจะไปสร้างอนาคตใหม่เพื่อให้พวกเราได้มีอนาคตที่สดใสอย่างที่เราควรจะมี หากคุณบริหารไม่ได้ ไม่สามารถทำให้พวกเราพบความสุขได้อย่างแท้จริง คุณก็ลาออกไปเถอะค่ะ ดิฉันยืนพูดตรงนี้เพียงคนเดียวคือการกบฏ หากทุกท่านรวมใจกันเป็นพลังเปล่งเสียงไปพร้อมกัน นี่คือการปฏิรูป
CRเพจเฟซบุ๊ก สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก

ข่าวล่าสุด