เรื่องที่สอง "เรื่องการเรียนการสอนในไทย" การศึกษาในประเทศไทยคือความเหลื่อมล้ำอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พวกเราอยู่กับความเคยชินมาตลอด ทุกคนมีใครเรียนพิเศษ เข้าค่ายติวบ้าง เชื่อว่ามีหลายคน ณ ที่นี้ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อลงคอร์สเรียนพิเศษทั้งที่จริงแล้วเราควรจะเรียนพิเศษเพื่อหาความรู้เพิ่ม ไม่ใช่เรียนพิเศษเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อในสิ่งที่เรียกว่าระบบการศึกษาไทย นี้ทำให้เรารู้ว่าการศึกษาในไทยห่วยแตกจนไม่สามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายของตนได้ ถ้าใครไม่มีทุนทรัพย์ ต้องหาเงินแทบเป็นแทบตายเพื่อที่จะได้เข้ามหาลัย บางคนไม่มีเวลาแม้แต่จะอ่านหนังสือ ไม่มีเวลาลงคอร์สเรียน คนชายขอบถูกเตะออกไปจากระบบการศึกษาไทย ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องพื้นฐาน สิทธิที่เราควรได้รับทุกคน หลังจากที่เราเรียนจบไปก็หวังจะมีงานทำดีๆทำ เพื่อจะได้มีเงินมาเลี้ยงชีพ เลี้ยงพ่อแม่ แต่กลับพบว่าเรียนจบมาแล้วต้องเจอปัญหาว่างงาน แบบนี้จะเรียนไปทำไม
นักเรียนหญิง ยังกล่าวอีกว่า "เรื่องว่างงานเป็นปัญหาที่เกิดมานาน ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขเสียที เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่วนกลางจะต้องแก้ไข แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอนาคตที่เราว่างงานได้ แล้วเราจะมีรัฐบาลชุดนี้ไว้ทำไม"
อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องความพยายามของเรา มีคนเดินมาบอกเหมือนกันว่าที่คุณคิดถึงปัญหาการว่างงานในอนาคตของตัวเอง เพราะคุณพยายามไม่พอหรือไม่ ดิฉันตอบไปว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราไม่พยายาม เราพยายามกันจะตายอยู่แล้ว แต่เพราะว่าเขาไม่เห็นหัวเราเลย
เราไม่ควรจะเรียนสูงๆ แล้วจบไปเป็นคนว่างงาน เราควรมีอนาคตที่ดี ดังนั้น ดิฉันขอสรุปการปราศรัยในครั้งนี้ว่า อยากให้ทุกคนได้ตื่นรู้ว่าเรากำลังประสบปัญหาทางการเมืองโดยตรง ฟุตปาธทำให้เราล้มเป็นแผล สายไฟยังคงระโยงระยางลงมาจากข้างบน พร้อมจะลากคอเราตายได้ทุกเมื่อ เราไม่ควรต้องเจออะไรแบบนี้
ดังนั้น 14 ตุลาคมนี้ ที่ถนนราชดำเนิน จะต้องเปลี่ยนเป็นถนนราษฎรดำเนิน แล้วเราจะไปสร้างอนาคตใหม่เพื่อให้พวกเราได้มีอนาคตที่สดใสอย่างที่เราควรจะมี หากคุณบริหารไม่ได้ ไม่สามารถทำให้พวกเราพบความสุขได้อย่างแท้จริง คุณก็ลาออกไปเถอะค่ะ ดิฉันยืนพูดตรงนี้เพียงคนเดียวคือการกบฏ หากทุกท่านรวมใจกันเป็นพลังเปล่งเสียงไปพร้อมกัน นี่คือการปฏิรูป
CRเพจเฟซบุ๊ก สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก