นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำประกาศ สปสช. เรื่อง เกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2563 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือมาตรฐานของหน่วยงานที่กำกับดูแลก็ถือว่าผ่านเกณฑ์นี้แล้ว สปสช.จึงขอเชิญชวนคลินิก/โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. สมัครเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการ ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป
นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ในส่วนของคลินิก/โรงพยาบาลเอกชน ที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ กทม. นั้น จะต้องมีสถานที่และเวลาให้บริการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สะดวกต่อการเดินทางเข้ารับบริการ เปิดให้บริการทุกวัน รวมเวลาไม่น้อยกว่า 56 ชม./สัปดาห์ และให้บริการแก่ผู้มีสิทธิ ไม่เกิน 10,000 คน/หน่วยบริการ มีบุคลากรประกอบด้วยแพทย์หรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 2-4 คน และบุคลากรด้านสาธารณสุข 6 คน และ ในกรณีที่จัดบริการทันตกรรม บริการเภสัชกรรม และบริการกายภาพบำบัด ให้มีทันตแพทย์ เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด อย่างน้อยวิชาชีพละ 1 คน ต่อ ผู้มีสิทธิไม่เกิน 30,000 คน หรืออาจจัดให้มีแพทย์แผนไทยและหรือบุคลากรวิชาชีพอื่นๆ ที่จำเป็นต่อผู้มีสิทธิในพื้นที่
ทั้งนี้ หน่วยบริการปฐมภูมิต้องมีศักยภาพในการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค บริการตรวจวินิจฉัยโรค รักษาพยาบาล ตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัวได้อย่างเป็นองค์รวมและเชื่อมโยงกับเครือข่ายหน่วยบริการเพื่อการส่งต่อ มีระบบการติดต่อสื่อสาร ที่สามารถขอรับคำปรึกษาจากหน่วยบริการประจำและหรือหน่วยบริการที่รับการส่งต่อได้อย่างรวดเร็ว มีระบบข้อมูลและสารสนเทศ เชื่อมโยงภายในเครือข่ายหน่วยบริการและ สปสช. อุปกรณ์ เครื่องมือ และยาและเวชภัณฑ์ ที่จำเป็นในการให้บริการอย่างพอเพียงเหมาะสมกับการจัดบริการแต่ละด้านตามรายการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และ/หรือตามที่สำนักงานกำหนด