"จากนโยบายดังกล่าว เป็นการเพิ่มสิทธิให้กับประชาชนผู้ถือบัตรทอง ไม่ใช่ลดสิทธิบัตรทอง อะไรที่เคยมีสิทธิอยู่ก็ยังคงไว้ ขณะนี้มีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่พอใจให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นอย่าหลงเชื่อผู้ที่ไม่หวังดี ให้ข้อมูลบิดเบือน โดยขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น" น.ส.ทิพานัน กล่าวอย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องมีหน่วยบริการเป็นสิทธิหลักอยู่ และการไปใช้ได้ทุกที่ในพื้นที่นำร่องนั้น เป็นการไปใช้ในลักษณะเจ็บป่วยขั้นปฐมภูมิหรือเล็กน้อย ส่วนในกรณีการปิดคลีนิคไปเกือบ 200 แห่ง เพราะรัฐบาลตรวจสอบพบว่ามีการโกงประชาชนนั้น ขณะนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานของ สปสช. จะดำเนินการย้ายหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดให้อัติโนมัติ ซึ่งมีกว่า 500 แห่งรองรับ ภายใน 1 พ.ย. นี้ และหากใครไม่พอใจหน่วยบริการ ยังสามารถย้ายได้หลังระบบได้เปลี่ยนแปลงให้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี
น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า จึงไม่อยากให้มองนโยบายในมิติทางการเมือง มากกว่ามิติทางด้านสาธารณสุข ฉะนั้น ทุกฝ่ายควรจะช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอฝ่ายค้านไม่ใช่จ้องแต่จะดิสเครดิตรัฐบาลอย่างเดียว แต่ในทางกลับกันควรมองว่าหากรัฐบาลได้พัฒนาต่อยอด เพื่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดเหลื่อมล้ำทางสังคมดีกว่า