เนชั่นทีวี

ข่าว

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.

09 ต.ค. 2563 | Sarut

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.

สมุทรปราการ-ตำรวจปากน้ำ นำหมายจับบุกค้นบริษัทรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว โดยหลอกลวงว่าสามารถต่อวีซ่าประเภท MOU เบ็ดเสร็จทุกขึ้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งเรียกเก็บเงินรายละ 19,600 บาท แต่ไม่สามารถทำได้มีผู้เสียหาย 300 คน มูลค่าเสียหาย 6 ล้านบาท

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 9 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ โดยมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งได้รับการมอบอำนาจจากแรงงานต่างด้าวกว่า 300 คนให้มาร้องทุกข์

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.


ในกรณีมีบริษัท เค.พี.เอส. แมนเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ (หรือ นจ.) ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ ถ.เทพารักษ์ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้หลอกลวง คนต่างด้าวชาวเมียนมา ว่าสามารถดำเนินการต่อวีซ่าประเภท MOU โดยสามารถดำเนินการเบ็ดเสร็จทุกขึ้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยมีการเรียกเก็บเงินรายละ 19,600 บาท ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการตามที่กล่าวไว้ได้

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.


กลุ่มผู้เสียหายได้พยายามติดตามทวงถามมาโดยตลอด แต่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ยังไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ แต่ก็มิได้คืนเงินแต่อย่างใด จนกระทั่งภายหลังผู้ถูกกล่าวหาได้ขาดการติดต่อ จึงมาร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผู้เสียหายทั้งสิ้นกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.


จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่านางสาววาสนา วงศ์คำจันทร์ เป็นผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวและมีบ้านพักอยู่ที่บ้านพักใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นสถานที่ตั้งของ บริษัท เค.พี.เอส.แมนเนจเม้นท์ จำกัด รับทำเอกสารหนังสือเดินทางและรับดำเนินการยื่นขอรับการตรวจลงตราและใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวโดยมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 300 คน ได้ว่าจ้างให้บริษัทดังกล่าว

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.



ในวันนี้จึงได้นำหมายค้นและหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 457/2563 ลง 8 ต.ค.63 ข้อหา"ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว ได้พบ นางสาววาสนา วงศ์คำจันทร์ อายุ 45 ปี ซึ่งมีหมายจับ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ รับว่าเป็นเจ้าของบ้านและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

บุกจับบริษัทเบี้ยวเงินรับต่อพาสปอร์ตต่างด้าว เสียหาย 6 ล.บ.


จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ และทำการจับกุมและยึดเอกสารหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ขณะเข้าทำการตรวจค้นได้มี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ร่วมสังเกตการณ์ จากการสอบสวนเบื้องต้นนางวาสนา ยังให้การปฏิเสธ และอ้างว่าไม่ได้เป็นคนรับทำ

พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางผู้ถูกกล่าวหายังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากแรงงานต่างด้าว แต่จะมีตัวนายหน้ารับเงินมาอีกที เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ แต่เราก็ต้องดูจากพยานเอกสารเป็นหลัก

ส่วนเอกสารที่เราตรวจยึดมาในวันนี้ก็เป็นพวกใบเสร็จรับเงิน และตัวหนังสือเดินทางต่าง ๆ และเอกสารต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและในเบื้องต้นเราดำเนินคดีข้อหา ฉ้อโกงประชาชนเป็นข้อหลักก่อน หากมีข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลัง ส่วนที่ว่าจะมีใครร่วมกระบวกการอีกหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ข่าวล่าสุด