ศาลออกหมายจับอดีตจนท.ขโมยนอแรดสวนสัตว์สงขลาแล้ว
08 ต.ค. 2563 | apirak_pra

ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยนอแรดสวนสัตว์สงขลาแล้วตำรวจชุดสืบสวนสภ.คอหงส์ ลงพื้นที่ไปควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล .
ข่าว
08 ต.ค. 2563 | apirak_pra

ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยนอแรดสวนสัตว์สงขลาแล้วตำรวจชุดสืบสวนสภ.คอหงส์ ลงพื้นที่ไปควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล .
ความคืบหน้าคดีนอแรดสวนสัตว์สงขลาหายสาบสูญไป 1 อัน ซึ่งมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันนี้(8ต.ค.) ทางพ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.คอหงส์ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับผู้ต้องหา 1 คน คือ นายโกสินทร์ รัตนวิบูลย์ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลา ซึ่งเป็นผู้ที่ไปเบิกนอแรด 2 อันมาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ และศาลจังหวัดสงขลาก็อนุมัติหมายจับทันทีในข้อลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์
โดยคดีนอแรดหายมีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาเกี่ยวข้องสองคนคือคนที่ไปรับจากคณะวิทยาศาสตร์ และนำมาให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสวนสัตว์สงขลาอีกคนซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว
สำหรับไทม์ไลน์ของคดีนอแรดหาย เริ่มจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 แรดขาวของสวนสัตว์สงขลา ได้ตายลง 1 ตัว และทางสวนสัตว์สงขลาได้มีการตัดนอแรด 2 อัน ซึ่งเป็นนอแหลม ที่เป็นนอยาวที่โผล่ออกมาข้างนอก กับนอทู่ที่อยู่ภายในต้องผ่าออกมา โดยนำมาเก็บไว้ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2561 ทางสวนสัตว์สงขลาได้มาติดตามนอแรดทั้ง 2 อัน ปรากฏว่าได้มีการเบิกคืนนอแรดทั้ง 2 อันไปแล้วโดยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลา ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2556 แต่ปรากฏว่าเมื่อมีการตรวจสอบพบว่ามีการทำเอกสารเท็จเบิกนอแรดไปเพียงแค่ 1 อันเท่านั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ทางสวนสัตว์สงขลาได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสงขลา และทางสภ.เมืองสงขลาได้โอนสำนวนมายังสภ.คอหงส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นเรื่องที่นอแรดหายไปและทางสวนสัตว์สงขลาได้สอบสวนติดตามนอแรดที่หายไปปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 2 คน คือคนที่ไปเบิกนอแรดจากคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ส่วนอีกคนเป็นคนรับนอแรดทั้ง 2 อันไป และได้มีการไล่ออกเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนไปแล้ว แต่สามารถติดตามนอแรดคืนมาเพียงอันเดียวซึ่งเป็นนอทู่ ส่วนนอแหลมหายไปอย่างไร้ร่องรอยเนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่รับนอแรดนั้นได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคประจำตัวจึงไม่สามารถขยายผลได้ว่านอแรดแหลมหายไปไหน