"เรามองว่าแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะคนยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ และให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติมากขึ้น ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งทิศทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะผู้บริโภคคนไทย แต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติที่มีความชื่นชอบสมุนไพรไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย หากดูจากตัวเลขประมาณการส่งออก กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ชี้ว่าตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่าการส่งออกรวมในปี 2562 มากกว่า 146,605 ล้านบาท ขณะที่ตลาดโลกมีมูลค่ามากกว่า 300,000 ล้านบาท เลยทีเดียว" นางสาววัชรีภรณ์ วังพรม กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด กล่าว
นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวว่า เมื่อโอกาสเติบโตยังมีอีกมาก แนวทางบริหารงานในรุ่นที่สอง จึงวางเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและสามารถส่งขายต่างประเทศได้ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน และผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตต่างๆ อาทิ มาตรฐาน CODEX GMP คือ ระบบรับรองกระบวนการผลิตที่ดี เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก, มาตรฐานการผลิตยาโบราณตามสุขลักษณะที่ดี (GMP) , ใบรับรองเครื่องหมายฮาลาล และตรารับรองคุณภาพมาตรฐานโลก T Mark กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยังได้ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยน่าใช้งาน รวมถึงทำตลาดและวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อสร้างมาตรฐานการผลิตในระยะยาว สมุนไพรวังพรมจึงได้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ภายใต้มาตรฐาน GMP PIC/S อันเป็นมาตรฐานการผลิตยาของประเทศในสหภาพยุโรป มาตรฐานเดียวกับโรงงานผลิตยาสามัญ เช่น พาราเซตามอล ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่มีเป้าหมายปรับปรุงมาตรฐานการผลิต ของผู้ผลิตยาแผนโบราณขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงผู้ผลิตที่ผลิตยาในรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่ำในประเทศ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปี 2564 นี้