เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉจนท.สวนสัตว์รัฐพัวพันขบวนการค้าสัตว์ป่า

05 ต.ค. 2563 | cholticha_rod

แฉจนท.สวนสัตว์รัฐพัวพันขบวนการค้าสัตว์ป่า

เหตุการณ์ที่นายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ถูกสัตวแพทย์ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย และสุขภาพสัตว์ ยิงเสียชีวิต ขณะลงพื้นที่สวนสัตว์สงขลา เพื่อตรวจสอบกรณีลูกเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไปอย่างไร้ร่องรอยถึง 2 ตัวนั้น ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตกันถึงความเป็นไปได้ของขบวนการค้าสัตว์ป่าที่อาจมีคนในสวนสัตว์ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

ประเด็นนี้แม้แต่ นายอัศม์เดช แสงพงค์ ลูกชายของนายสุริยา ผู้เสียชีวิต ยังยอมรับว่ามีขบวนการค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์ เพราะพ่อของตนเคยพูดให้ฟัง และพยายามเข้าไปแก้ไขปัญหาให้เด็ดขาดขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำกับดูแลองค์การสวนสัตว์ฯ บอกว่า ที่ผ่านมาที่สวนสัตว์สงขลา เคยมีนกแก้วมาคอว์หายหลายสิบตัว ส่อเค้าว่าอาจมีการทุจริต แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเกี่ยวพันกับขบวนการค้าสัตว์ป่าโดยทีมข่าว "เนชั่นออนไลน์" ได้สอบถามเรื่องนี้กับ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ในฐานะอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ข้อมูลว่า เมื่อครั้งที่ยังรับราชการ ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในสวนสัตว์ของรัฐบางแห่งมีพฤติกรรมลักลอบนำสัตว์ป่าและสัตว์สงวนส่งขายต่างประเทศ แต่ไม่สามารถจับกุมได้เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดว่าใครบ้างที่เป็นคนทำ

นายดำรงค์ อธิบายถึงพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ในสวนสัตว์ของรัฐว่า เมื่อสัตว์เกิดมา โดยเฉพาะสัตว์แปลกๆ หรือสัตว์หายาก เจ้าหน้าที่มักไม่ค่อยแจ้งเกิด แต่จะนำส่งขายยังต่างประเทศทันที เมื่อเวลาผ่านไปจึงค่อยแจ้งสวนสัตว์ว่า สัตว์ชนิดนั้นเกิดมาแล้วตาย อ้างว่าตายเองบ้าง หรือถูกสัตว์ชนิดอื่นกินบ้าง ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวนน้อยมาก ที่จะสามารถตรวจสอบได้ว่าสัตว์ตายจากสาเหตุใดบ้าง

นายดำรงค์ บอกด้วยว่า น่าจะมีเจ้าหน้าที่ที่เหนือกว่าระดับปฏิบัติการ รู้เห็นเป็นใจให้มีการนำสัตว์หายากไปขาย เนื่องจากราคาดี ค่าตอบแทนของสัตว์หายากแต่ละตัวไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนการขนส่งก็ไม่ยาก เพียงเอาสัตว์หายากใส่กล่องเจาะรู ส่งลงเรือไปต่างประเทศก็จบแล้ว วิธีการแก้ปัญหานี้ ต้องบังคับให้มีการตรวจดีเอ็นเอสัตว์เกิดใหม่ทุกตัว เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้หากมีการสูญหายหรือถูกลักลอบนำไปขายต่อ

ส่วนประเด็นการลักลอบค้าสัตว์หายากที่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ภายในสวนสัตว์สงขลา เป็นหนึ่งในข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีลูกเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานสูญหายไป 2 ตัว โดยตัวแรกหายไปเมื่อประมาณเดือนก.พ. ส่วนตัวที่ 2 เพิ่งหายช่วงเดือนก.ย. แต่ตัวที่ 2 มีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าถูกงูเหลือมกินขณะที่ ตัวแรกเคยสรุปว่าน่าจะสูญหาย แต่ภายหลังมีการอ้างหลักฐานว่าอาจจะถูกงูเหลือมกินเช่นกัน โดยอ้างว่าพบเศษกระดูกเก้ง แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีการแจ้งข้อมูลไปยังองค์การสวนสัตว์ในส่วนกลาง ทั้งๆ ที่ตามระเบียบกฎหมายต้องมีการรายงานสรุปจำนวนประชากรสัตว์ ทั้งที่เกิด ป่วย และตาย ให้องค์การสวนสัตว์ฯทราบเป็นประจำทุกเดือนจากความไม่ชอบมาพากลนี้ ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า น่าจะมีความพยายามในการปกปิดหลักฐาน และสวนสัตว์ของรัฐกำลังถูกคนบางกลุ่ม ใช้เป็นฐานฟอกสัตว์ของขบวนการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมายหรือไม่

สำหรับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีสวนสัตว์อยู่ในความดูแลทั้งหมด 8 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ เมื่อตรวจสอบงบประมาณขององค์การสวนสัตว์ พบว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 2563 จำนวน 876 ล้านบาท (876,881,500 บาท)ขณะที่ ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งรอการบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายสำหรับองค์การสวนสัตว์เอาไว้ 829 ล้านบาท (829,944,900 บาท) ซึ่งนับว่าเป็นหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวนไม่น้อยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีเงินนอกงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินรายได้ คาดว่าเป็นรายได้จากการให้บริการสวนสัตว์ทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 325 ล้านบาท ปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 338 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีงบประมาณสำหรับภารกิจสำคัญขององค์การสวนสัตว์ที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ แต่มีระบุไว้ในกฎหมายจัดตั้งองค์กรก็ คือ งาน "เพาะพันธุ์สัตว์" ซึ่งมีการกำหนดนิยามไว้ในกฎหมายว่า ขยายพันธุ์สัตว์ที่นำมาเลี้ยงไว้โดยวิธีผสมพันธุ์สัตว์ และหมายความรวมถึงขยายพันธุ์สัตว์โดยวิธีผสมเทียม หรือการย้ายฝากตัวอ่อน หรือโดยวิธีการอื่นๆด้วยจากภารกิจขององค์การสวนสัตว์ในด้านเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีผลประโยชน์จำนวนไม่น้อยซุกอยู่ใต้พรมในองค์การแห่งนี้หรือไม่ เพราะสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์เป็นที่ต้องการของบรรดานักสะสมสัตว์ และมีราคาสูงมาก หากบริหารจัดการอย่างไม่โปร่งใส อาจทำให้เกิดช่องโหว่หรือรูรั่วจนสร้างความเสียหายให้กับองค์กรได้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด