(3 ตุลาคม 2563) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ระบุว่า กมธ.มีมติให้ทำประชามติก่อนรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ เพื่อประวิงเวลานั้น ยืนยันว่า กมธ.ไม่ได้มีมติดังกล่าวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ การประชุมนัดแรกมีเพียงมติให้ตั้งอนุ กมธ. ขึ้นมาเพื่อเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฏหมายเท่านั้น เพื่อความชัดเจนของข้อกฏหมาย โดยมีการเชิญนักกฏหมาย ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยกันให้ความเห็นในประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาร่วมกันตั้งข้อสังเกต ว่าจะต้องทำประชามติหรือไม่ แล้วถ้าทำต้องทำเมื่อไหร่ ก่อนหรือหลังการพิจารณาของรัฐสภา แล้วถ้าต้องทำ ต้องทำกี่ครั้งกันแน่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กมธ.ยังไม่มีมติแต่ประการใดออกมาเลย ซึ่งขณะนี้ยังเหลือการประชุมอีก 9 นัด กมธ.จะต้องเร่งศึกษาให้เสร็จภายในวันที่ 22 ต.ค. เพื่อให้ทันเปิดสมัยประชุมในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ดังนั้น ข้อเสนอให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อรับหลักการก่อนวันที่ 14 ต.ค. จึงไม่น่าเป็นไปได้ และไม่มีประโยชน์ในช่วงจองเงื่อนเวลาที่สั้นเพียงแค่ 1 เดือน
"ตามเงื่อนเวลาปิดสมัยประชุม แค่ 1 เดือน กว่าจะล่าชื่อเสนอประธาน เพื่อส่งให้ครม. มีกระบวนการที่ต้องใช้เวลา กว่าจะเสร็จก็อาจจะใกล้เปิดสมัยประชุมพอดี ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่การประวิงเวลา ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องประวิงเวลา เพราะแค่เวลา 30 วันมันสั้นนิดเดียว การใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ 121 วรรคสาม ก็เพื่อให้เกิดความรอบครอบรัดกุม ตามข้อทักท้วงจากหลายฝ่าย" นายอัครเดช กล่าว
ซึ่งขณะนี้ทางส.ว.ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้ว หลังจากที่ผ่านมาสภาฯไม่ได้เปิดโอกาสให้ส.ว.เข้าร่วมศึกษา ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่มีนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ดังนั้น ขณะนี้ถือว่า เป็นสัญญาณที่ดี มี 15 ส.ว. เข้ามาเป็นตัวแทนร่วมหารือ เพื่อนำไปผลักดันกับเพื่อน ส.ว.อีก 250 คนก่อนที่จะมารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเปิดสมัยประชุมที่จะถึงนี้