ในขณะที่การแสดงความเห็นของคนในโลกออนไลน์นั้น ต่างเข้ามาเปิดมุมมองอย่างดุเดือด เรียกว่าร่วมขยี้ประเด็นนี้ให้ได้ทราบกันเป็นฉาก เช่น"ก่อนจะพูดความเหลื่อมล้ำของคนไทย ช่วยไปดูว่าบริษัทธนาทอน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้บริหารกับลูกน้องหรือไม่ แก้บริษัทตนเองให้ได้ก่อนจึงจะมาแนะนำคนอื่น อย่าลวงโลกเลย เป็นนายทุนน้ำมันไทยซัมมิต ทำไมไม่ให้คนไทยใช้น้ำมันถูกลง เพราะมาขุดเจาะบ่อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แล้วคุณมาช่วยต่างชาติกอบโกยกำไรจากคนไทย แล้วแบบนี้จะมาสร้างความเหลื่อมล้ำ อย่าแหลให้มาก ไม่มีใครเชื่อเอ็งหรอก"
"ผมละไม่เข้าใจจริงๆ ครับ ว่า 2 คนนี้ คิดอะไรกันอยู่ในกะลา ไม่ออกมาเจอโลกแห่งความจริงสักที...อะไรต่อไร มันก้าวหน้า ก้าวไกล ไปไกลกว่าชื่อพรรคตัวเองไปเปนสิบ ๆ ร้อยๆ ปีแล้ว...ยังจะพยายามดึงปรระเทศถอยหลังลงรูอยู่อีก"
"เราควรมีการเสนอให้ออกกฏหมาย1. ห้ามมิให้องค์กรอิสระหรือองค์กรNGO ที่ไม่ใช่องค์กรที่ดำเนินการกุศล รับเงินบริจาคจากองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศ2. องค์กรNGO ต่างๆจะต้องจดทะเบียนและส่งบัญชีให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบเป็นรายปี3. หากมีการรับเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรประเทศ จะมีโทษทั้งจำและปรับ4. หากมีการทำผิดกฏหมายความมั่นคงภายในให้ถือว่าหัวหน้าและกรรมการขององกรนั้นมีความผิด และให้ยุบเลิกองค์กรนั้นเสีย"
"จริงแล้วกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างของเด็กส่วนมากมาจากบริษัทรับทำงานอีเว้นท์ของทอนทั้งนั้นคงจะจำได้นะว่าทอนเคยสร้างบริษัทลูกพวกนี้ไว้หลายบริษัทเพื่อจะต้องการเป็นนายกของคนรุ่นใหม่ใช่เทรนยอดนิยมแบบทรัมป์......ใช่สื่อสร้างพระเอกและสร้างตัวโกงขึ้นมานั้นแหละลอกแบบทรัมป์มาทั้งหมด.......แต่ทอนไม่สำนึกบุญคุณเล่นของสูง......เพราะโกรธว่าตัวเองและพรรคพวกไม่ได้เป็นนายกทั้งๆที่ลงทุนทำสื่อแบบมากมาย.......เด็กบางคนไม่มีความคิดติดอยู่กับกับดักทางการเมืองแบบทอนและทรัมป์"
ขอบคุณข้อมูล : FBWarong Dechgitvigrom