นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (ต.ค.-ธ.ค. 2563) ที่จะเสนอในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน จะพิจารณามาตรการที่จะผลักดันให้กลุ่มคนที่สามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจได้ ซึ่งไม่อยากให้เรียกว่ากลุ่มคนรวย โดยรูปแแบบจะคล้ายลักษณะเดียวกับมาตราการชัอปช่วยชาติ และชิมช้อปใช้ แต่อาจจะต้องปรับปรุงรายละเอียดให้เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะให้เกิดการใช้จ่าย
ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายยังคงเป็นลักษณะร่วมกันจ่าย หรือ Co-pay สำหรับผู้เสียภาษีที่มีกำลังซื้อ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการ "คนละครึ่ง" ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งรายละเอียดที่จะทำเพิ่มเติมกำลังเร่งพิจารณา
ส่วนมาตรการซอร์ฟโลน เพื่อช่วยสายการบินต้นทุนต่ำวงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาทนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ส่วนที่ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ กระทรวงการคลังกำลังเร่งดำเนินการ ขณะที่แนวคิดการผลักดันกองทุนพยุงหุ้น ยืนยันว่าตนไม่เคยพูดว่าจะทำ ไม่ได้อยู่ในการนำเสนอใดๆ เพราะที่หารือมีแต่เรื่องซอร์ฟโลนเท่านั้น
ส่วนมาตการของกระทรวงพลังงานที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น กระทรวงฯจะเข้าไปดูแลการรักษาความมั่นคงทางด้านพลังงานที่จะให้มีความสม่ำเสมอ ประชาชนมีใช้ต่อเนื่อง โดยการรักษาการประกอบธุรกิจของไทยให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการตรึงราคาก๊าซหุงต้มไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อข่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จะต้องมีการปรับเกณฑ์ใหม่ โดยเน้นพืชปลูกใหม่เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ประโยขน์อย่างแท้จริง และโครงการนำร่องจะไม่เรียกว่าควิกวิน โดยกำหนดการรับซื้อ 100-150 เมกะวัตต์ก่อน ซึ่งในสัปดาห์หน้าทางหน่วยงานกระทรวงพลังงานจะเรียกผู้ประกอบการหารือ