(1 ตุลาคม 2563) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อท.256/2563 ที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.ภ.9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือบิ๊กแป๊ะ อดีต ผบ.ตร. เป็นจำเลย ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย พ.ต.อ.ไพรัตน์ โจทก์ จากตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ไปเป็น รอง ผบก.อก.ภ.9 โดยไม่เป็นธรรม โดยมีมูลเหตุจูงใจด้านอื่น
คดีนี้ศาลชั้นต้นได้ พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากว่าโจทก์ได้ทำการร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ขอให้กลับไปทำหน้าที่ใน บช.ภ.7 คดียังอยู่ระหว่างดำเนินการของ ก.ตร.เกี่ยวกับข้อร้องทุกข์ดังกล่าว โดยยังไม่มีคำสั่ง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ์ ในชั้นนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง
โดยศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ปัญหานี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการโยกย้ายโจทก์ในวาระประจำปี 2562 จำเลยพิจารณาปรับย้ายโจทก์ข้ามภาคเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่หน่วยต้นสังกัดเสนอมา กรณีโจทก์ถูกดำเนินการทางวินัยเกี่ยวกับการจัดทำกิจกรรมดนตรีที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัยไม่เสร็จสิ้นและโจทก์มีความรู้ประสบการณ์ด้านงานอำนวยการในตำแหน่งต่าง ๆ รวม 10 ปี เหมาะสมกับตำแหน่งเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้ผู้แต่งตั้งมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมตามความเหมาะสมคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรเป็นสำคัญ
โดยยึดหลักการว่าทุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทยข้าราชการตำรวจมีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติราชการทั้งสิ้น เกิดการเรียนรู้การทำงานรอบด้านหรือพื้นที่ที่หลากหลายอันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎคณะกรรมการ ข้าราชการตำรวจ (ก.ตร. ) ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2561 ข้อ 6 การใช้ดุลพินิจของจำเลยอยู่ภายในขอบเขตความชอบด้วยกฎหมายโจทก์ก็ใช้สิทธิร้องทุกข์ตามกฎ ก.ตร. เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ
หากการร้องทุกข์ไม่เป็นคุณโจทก์ย่อมสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการโยกย้ายโจทก์เป็นกรณีจำเลยใช้อำนาจโดยลำพังตามมาตรา 54 วรรคสอง, 56, 57 ประกอบกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร. ) ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจพ.ศ.2561 ข้อ 6 มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและขั้นตอนที่ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งก่อนตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (3) ถือได้ว่าการโยกย้ายโจทก์เป็นการโยกย้ายที่แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ทั่วไป แม้กฎหมายจะให้อำนาจจำเลยแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมการแต่งตั้งดังเหตุผลคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นก็ตาม