เนชั่นทีวี

ข่าว

รฟท.ยันเปิดใช้ทางคู่สายใต้ 'นครปฐม - ชุมพร' ปี 65

01 ต.ค. 2563 | rattana

รฟท.ยันเปิดใช้ทางคู่สายใต้ 'นครปฐม - ชุมพร' ปี 65

รฟท. เผยทางคู่สายใต้ นครปฐม - ชุมพร วงเงิน 3.39 หมื่นล้าน คืบหน้า 67% ล่าช้ากว่าแผน ยันพร้อมเปิดให้บริการปี 65 พร้อมชู 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนการรถไฟฯ ปรับโครงสร้างองค์กร-หารายได้เพิ่ม

นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางภาคใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร (กม.) มูลค่างานก่อสร้างรวม 33,982 ล้านบาทว่า โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางนครปฐม-ชุมพรนั้น ภาพรวมของโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 67.5% ซึ่งล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด 7.89% มีสาเหตุมาจากการปรับแบบการก่อสร้าง ปัญหาผู้บุกรุกที่ดิน ทำให้ต้องปรับรูปแบบการก่อสร้างใหม่ที่ต้องปรับเป็นการสร้างสะพานแบบขึง รวมถึงต้องมีการเจรจารับฟังความคิดเห็นในบางพื้นที่ ซึ่งบางจุดก็สามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าแผนงานด้วย
สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร สัญญาที่ 1 นครปฐม-หนองปลาไหล 93 กม. คืบหน้า 68.93% เร็วกว่าแผน 0.21%, สัญญาที่ 2 หนองปลาไหล-หัวหิน 76 กม. คืบหน้า 72.05% เร็วกว่าแผน 2.70% สัญญาที่ 3 หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 84 กม. คืบหน้า 74.39% เร็วกว่าแผน 0.25%, สัญญาที่ 4 ประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย 88 กม. คืบหน้า 65.13% ล่าช้ากว่าแผน 30.59% และสัญญาที่ 5 บางสะพานน้อย-ชุมพร 80 กม. คืบหน้า 55.72% ล่าช้ากว่าแผน 15.66% อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าการก่อสร้างจะยังคงเป็นตามแผนที่วางไว้ โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2564 และพร้อมเปิดให้บริการปี 2565
ส่วนการกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาและแนวทางการดำเนินการนั้นการรถไฟฯ เน้นหลัก 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.กระบวนการทำงานของ การรถไฟฯที่จะต้องมีการปรับกระบวนการทำงาน และวิธีคิด เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป 2.การบริหารจัดการบุคลากรการรถไฟฯที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ เนื่องจากในปัจจุบัน จำนวนพนักงานลดลงเหลือ 9,000 คน จากเดิม 18,000 คนเมื่อปี 2541 แต่ในขณะที่การเดินรถไฟยังคงเท่าเดิม ซึ่งถือเป็นความเสี่ยง และเป็นโจทย์ที่ผู้บริหารของการรถไฟฯจะต้องมาพิจารณาการวางระบบโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูองค์กรต่อไปแม้ว่าในอนาคตอาจจะต้องให้เอกชนเข้ามาร่วมเดินรถด้วยก็ตาม และ3.การทำการตลาดด้านการขนส่งสินค้ามากขึ้น
โดยล่าสุดได้หารือร่วมกับภาคเอกชนในการขนส่งเกลือ ซึ่งมีปริมาณการขนส่งประมาณ 10 ล้านตันต่อปี โดยการรถไฟฯจะขนส่งสินค้าในเส้นทางระหว่างนครราชสีมา-นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และได้ตั้งเป้าหมายการขนส่งในปีแรกประมาณ 400,000 ตัน สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟฯที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ด้วย
นอกจากนี้การรถไฟฯยังอยู่ระหว่างการของบประมาณ วงเงินมากกว่า 500 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดทำแอปพลิเคชั่น ซึ่งในขณะนี้ได้ศึกษาแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการออกแบบ โดยแอปฯ ดังกล่าว จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการรถไฟไทย ที่จะทราบถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น การติดตามขบวนรถแบบเรียลไทม์ การจองตั๋ว ดูเส้นทางรถไฟ เป็นต้น ในส่วนของระบบ D-Ticket เพื่อในการจองและขายตั๋วรถไฟผ่านแอปฯ นั้น จะเริ่มทดลองให้ใช้บริกานระยะแรกในช่วง ธ.ค.นี้ ก่อนที่จะเปิดใช้งานทั้งระบบเต็มรูปแบบภายใน มี.ค. 2564

ข่าวล่าสุด