(30 กันยายน 2563) นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ กล่าวชี้แจงการดำเนินการเอาผิดคุณครูและผู้บริหารเกี่ยวกับเหตุการณ์คุณครูชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายนักเรียน ว่า ขณะนี้ได้สั่งการปรับเปลี่ยนหมดแล้ว ทั้งการเรียนการสอน คุณครู และผู้บริหาร ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นผู้ก่อตั้งเครือโรงเรียนนี้ และเป็นผู้พัฒนาจนทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงและมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเวลานี้ ยังไม่สามารถทำอะไรมากได้ เนื่องจากหลายอย่างต้องใช้เวลา แต่หาก 2-3 วัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และส่วนตัวยอมรับว่าเรื่องดังกล่าว เป็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นมานาน โดยเฉพาะผู้บริหารของโรงเรียนที่ไม่เอาไหน กลัวครูเกลียดจึงตามใจครูแล้วปล่อยให้เรื่องเกิดขึ้น
ส่วนการติดกล้องวงจรปิดนั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละโรงเรียน ไม่มีกฎข้อบังคับจะต้องติด แต่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ติดแล้ว ก็ไม่ดูความเรียบร้อย เป็นการติดเพื่อฆ่าตัวเองแค่นั้นเอง หากติดแล้วก็ควรที่จะดู เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของคุณครู เมื่อเรื่องเกิดขึ้นจึงได้ตั้งคณะกรรมการ 5 คน ให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งจะมีโทษถึงไล่ออก เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสียหาย รวมถึงเปลี่ยนผู้บริหารที่ไม่จริงจังต่อการทำงาน และลูกสาวของตัวเอง ที่บริหารโรงเรียนนี้ก็จะถูกปลดจากตำแหน่ง
ประธานอำนวยการ ยังกล่าวอีกว่า ปกติแล้วทางโรงเรียนจะมีกฎข้อบังคับให้ผู้บริหารต้องทำงานอยู่ภายในห้องเพียงแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันนอกจากนั้นจะต้องเดินดูความเรียบร้อยของนักเรียนภายในโรงเรียนส่วนมาตรฐานในการคัดเลือกคุณครูที่มาสอนในโรงเรียนในเครือสารสาสน์นั้น กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นคุณครูพี่เลี้ยงเท่านั้น ที่ก่อเหตุความรุนแรงกับเด็ก ส่วนตัวมองว่าครูพี่เลี้ยงทำเกินหน้าที่
ทั้งนี้ ปกติแล้วพี่เลี้ยงมีหน้าที่แค่พาเด็กไปเข้าห้องน้ำ หรือช่วยจัดอาหารหรือคอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แต่ในเรื่องการเรียนการสอน ครูพี่เลี้ยงไม่มีหน้าที่นี้ หากเป็นครูสอนภาษา ส่วนตัวก็ยอมรับว่าจำเป็นต้องหามาทดแทนก่อน เนื่องจากติดปัญหาการแพทยระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ไม่สามารถหาคุณครูชาวต่างชาติมาสอนได้ แต่ก็ยอมรับว่าครูชาวต่างชาติทำเกินกว่าเหตุในการทำร้ายเด็กและจับเด็กขังในห้องน้ำ