ในขณะนั้นตนทั้งเหนื่อยและพูดไม่ออก แต่ก็พยายามตั้งสติให้ได้ ชายที่รุมทำร้ายแอบอ้างว่าเป็นจนท.ตำรวจ ขอตรวจกระเป๋าค้นกระเป๋าของตน ตนจึงให้พลเมืองดีช่วยเป็นพยายานว่าตนไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย สุดท้ายก็ไม่เจออะไร แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือจังหวะนั้นเองก็มีรถกระบะของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจอดฝั่งตรงข้ามที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ตนเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาจากรถจริง แต่ก็ไม่มีเข้ามาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนชายสองคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจและรุมทำร้ายตนก็ยังทำตัวตามปกติ
นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้เล่าต่ออีกว่า หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลาย ตนจึงตัดสินใจรีบกลับบ้านทันที นึกถึงหน้าลูกและครอบครัว ขอเอาชีวิตให้รอดกลับไปก่อน ไม่ได้แจ้งความและไม่ได้ไปหาหมอ ดูแลรักษาตัวเองที่บ้านเท่านั้น ส่วนบาดแผลที่ถูกรุมทำร้ายส่วนใหญ่ก็มีร่องรอยตามบริเวณแขน มือ ใบหน้า ใบหู อาการหนักตรงที่อาเจียนเป็นเลือด ขณะนี้ก็ยังปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนความเสียหายในครั้งนี้เป็นไก่ชน 2 ตัว เนื่องจากช่วงที่มีการรุมทำร้ายร่างกาย ไก่ชนจึงหลุดมือตกใจวิ่งออกไปทางถนนถูกรถชนตาย 1 ตัว และหายไป 1 ตัว คิดเป็นเงิน 4,000 บาท และหมวกกันน็อคที่ตนสวมไปก็แตกหักไปบางส่วนเท่านั้น
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เคยมีเหตุการณ์ดักปล้นจี้และรุมทำร้ายหวังเอาทรัพย์สินหลายครั้งในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวไม่มีแสงสว่างและเปลี่ยวมาก ที่สำคัญพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่หากได้รับออร์เดอร์จากลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่จะต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว พนักงานส่วนใหญ่ขอยกเลิกออร์เดอร์ทันที เพราะไม่ต้องการเสี่ยงกับความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน