การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเชิงประจักษ์ เป็นการจัดระบบการทำงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น ในกรณีที่เกิดกรณีล่วงละเมิดทางเพศกับนักเรียน ผู้เกี่ยวข้องทุกคน รวมถึงตัวเด็กนักเรียนเองจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร
ทั้งนี้ มูลนิธิ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ มีข้อเสนอแนะในที่ประชุม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของ ศคพ. ดังนี้
นโยบายปกป้องคุ้มครองเด็กของ สพฐ. ควรขยายให้ครอบคลุมเรื่องการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ
ควรเพิ่มเติมด้านการประชาสัมพันธ์ ศคพ. ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ศูนย์ร้องทุกข์ สายด่วนต่างๆ ควรมีหมายเลขเดียวและจะต้องเป็นหมายเลขที่จำได้ง่าย เพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนสับสน และติดต่อได้ทันทีตลอด24ชั่วโมง
ควรมีทีมงานดูแลช่องทางในการติดต่อรับเรื่องร้องทุกข์โดยเฉพาะ ผู้รับเรื่องร้องทุกข์จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และมีความรู้ด้านจิตวิทยาเพราะเป็นด่านแรกในการรับความทุกข์จากเด็กที่ประสบเหตุ
การช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรียนจะต้องมีความชัดเจน และควรมีการสนับสนุนด้านงบประมาณเรื่องการเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบ
เสนอแนะ ศคพ.ร่วมมือกับ "ศูนย์คืนขวัญ" ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อช่วยเหลือด้านการบำบัดบาดแผลทางใจให้นักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและให้คำแนะนำหรือการจัดอบรมแก่สถานศึกษาและครูในเรื่องดังกล่าว
ควรมีระบบคัดกรองครูต่างชาติที่ชัดเจนและเข้มข้น เพื่อป้องกันปัญหาครูต่างชาติที่มีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง หรือล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน หนีจากประเทศของตนเอง เข้ามาทำงานในประเทศไทย
สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ควรจัดการประชุมโรงเรียนในสังกัด เป็นระยะเพื่อเก็บข้อมูลนักเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กร มูลนิธิต่างๆ จะได้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนได้
นอกจาก ศคพ. มีแผนงาน โครงการเป้าหมาย การติดตามและการประเมินผลที่ชัดเจนแล้ว ควรเพิ่มเติมเรื่องการหนุนเสริมและสนับสนุนให้มีการป้องกันไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศด้วย
ขอให้ ศธ. กำหนดว่าหน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่โดยตรงในการเชื่อมโยงกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
ดำเนินการจัดทำReporting Applicationซึ่งเด็กนักเรียนจะสามารถแจ้งเหตุได้ในOnline Applicationทันที
แต่ละจังหวัดมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ควรมีนโยบายคุ้มครองเด็กของ ศธ. ประกาศใช้ โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย
การเยียวยา จะต้องมีการดำเนินการที่เป็นระบบ และต้องควบคู่ไปกับการป้องกัน
ควรมีการให้ความรู้นักเรียน ควบคู่ไปกับการสอนเรื่องการป้องกันตนเอง
ควรมีการจัดประชุมครูแนะแนวทั่วประเทศ ให้มีความรู้ไปถ่ายทอดนักเรียน เมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะทำอย่างไร บอกใคร
ต้องมีการกำหนดSafe Zoneในโรงเรียน และควรมีกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นหลักฐานหากมีการกระทำผิด
ครูจะต้องไม่อยู่กับนักเรียนเพียงลำพังสองคน
ควรตั้งคณะทำงาน ตามประเด็นต่างๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินงาน เช่น คณะทำงานเรื่องช่องทางร้องเรียนเป็นต้น