(30 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยยกคำพระสอนถึง นรก สวรรค์ วันเดียว มาเตือนผู้มีอำนาจว่า ถ้าใช้ตรรกให้ความเป็นธรรม กับตัวเองแล้ว ควรต้องใช้ตรรกนั้น ให้ความเป็นธรรมกับผู้อื่นด้วย ซึ่งหากละเลยแล้ว นรก สวรรค์ วันเดียวในทางการเมืองคงมีอยู่จริงเช่นกัน
ทั้งนี้ เหตุที่ยกคำว่า นรก สวรรค์ วันเดียวนั้น เพื่อต้องการบอกถึงทุกสิ่ง แปรสภาพในวันเดียว หรือฉับพลันทันด่วนได้ โดยหลายเหตุการณ์ของไทยยังเป็นเช่นนั้น อย่างวันนี้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่วันพรุ่งนี้จะเป็นอดีตนายกฯ แล้วต้องพบวิบากกรรมอีกหลายเรื่องราว ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ ช่วง 88 ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย
"ช่วงการเมืองเต็มไปด้วยข่าวลือขณะนี้ จึงขอให้นายกฯอย่าหลงตัวว่า ประเทศจะขาดตัวเองแล้วล่มสลาย อีกอย่างถ้าไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว การอธิบายถึงการปฏิรูป แต่ไม่มีการปฏิบัติให้เป็นจริงขึ้น ย่อมเป็นแค่ลมลวงของคำการปฏิรูปเท่านั้น" นายจตุพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การเมืองเกิดวิกฤตศรัทธา เริ่มจากฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนฝ่ายบริหารประชาชนก็สิ้นหวัง ดังนั้น หากไม่แก้ไขในสองส่วนนี้ ในขั้นการปฏิรูปแล้ว คงกระทบก่อให้สถานการณ์ต้องเลวร้ายลงหนักไปอีก และสิ่งสำคัญ คือ การเอาแต่คิด ว่าตัวเองแน่ ส่วนคนอื่นไม่แน่ นั่นจึงเป็นตรรกที่ไม่มีความเป็นธรรมต่อคนอื่น
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ความจริง คือ เป็นนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนเสร็จเรียบร้อย แต่เมื่อมีการชุมนุมเรียกร้องให้แก้ กลับถูกถากถาง ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนี้ เพราะแทนที่รัฐบาลควรขอบคุณผู้ชุมนุมที่มาเตือนความจำในการแถลงนโยบายรัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญต่อสภาฯไว้แล้ว
"ถ้าไม่มีสัญญาณใดๆแล้ว คงไม่มีวันแก้รัฐธรรมนูญได้ จึงขออย่าได้พูดถึง ส.ว.เป็นอิสระเลย เพราะไม่มีอยู่จริง ใครแต่งตั้งขึ้นมาล้วนรู้ดีกัน ดังนั้น จึงถามว่าจะแก้หรือไม่แก้ และการเสนอให้เปิดสภาฯวิสามัญ เพื่อลดแรงกระแทก ไม่ต้องการให้ประเทศมีการกระทบกระทั่งกันรอบใหม่ และไม่อยากให้เกิดสถานการณ์ที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก" ประธาน นปช. ระบุ
นอกจากนี้ ส.ว.ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ถ้าสมองขี้เลื่อย ไม่รู้ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ถือว่าหนักหนา อีกทั้ง นักการเมืองในสภาฯ มีระบบวิปคอยประกบให้ลงมติเช่นไร ให้ต้องเป็นไปตามนั้น ดังนั้น การยื้อเวลาอีก 1 เดือนเพื่อตั้ง กมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่สิ่งบังเอิญแน่นอน และไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดความเสียหายขึ้นตามมา