ในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สปสช. ต้องขอบคุณ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่ให้ศูนย์บริการสาธารณสุขร่วมดูแลประชาชน และการอำนวยความสะดวกกับประชาชนที่สำนักงานเขต พร้อมขอขอบคุณ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ที่ร่วมดูแลประชาชนได้รับผลกระทบในการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงขอบคุณ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่ประสานกับคลินิกเอกชนในการขอเวชระเบียนผู้ป่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
"การยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชนเพิ่มในวันนี้มีต้นเหตุ ไม่ทำไม่ได้ เมื่อเกิดผลกระทบกับประชาชน สำนักงานฯ ต้องเร่งเข้าไปดูแล เพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่ตื่นตระหนก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งขอย้ำว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่ต้องไปลงทะเบียนหน่วยบริการใหม่ แต่ให้นำบัตรประชาชนไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลในระบบบัตรทองได้ โดยตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมได้ที่ www.nhso.go.th รวมถึงเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ สปสช.กำลังกระจายให้ชุมชน ขณะนี้ สปสช.เร่งดำเนินการหาหน่วยบริการใหม่เพื่อให้ประชาชนได้เลือกลงทะเบียน โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ เพื่อให้การบริการเข้าสู่ระบบเดิมโดยเร็ว ต้องขอโทษประชาชนจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้"
นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการทุจริตและทำเป็นกระบวนการ เมื่อขยายการตรวจสอบทำให้พบหน่วยบริการที่มีความผิดคล้ายกัน ทำให้ สปสช. ต้องดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียว ทั้งคลินิกเอกชน 18 แห่ง 64 แห่ง และ 108 แห่ง โดย สปสช.ได้ตรวจสอบคลินิกเอกชนที่ร่วมคลินิกชุมชนอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว และคงไม่มีมากกว่านี้ ซึ่ง สปสช.จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในการรักษาและคัดกรอง รวมถึงเงินภาษีของประชาชน แม้ว่าจะทำให้ให้ประชาชนขาดหน่วยบริการประจำดูแล แต่สิทธิบัตรทองของท่านยังอยู่