(29 กันยายน 2563)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานเสวนาตัดงบประมาณรวมพลังสร้าง กทม. หัวข้อวิสัยทัศน์รวมพลังสร้างกรุงเทพฯ ที่จัดโดย คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ว่า ส่วนตัวเห็นปัญหาใหญ่คือส่วนของโครงสร้างที่ควรแก้ไขเพื่อกระจายอำนาจการตัดสินใจการใช้งบประมาณเพื่อให้คนกรุงเทพฯได้ใช้โอกาสมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง
ทั้งนี้ ผลของการที่ไม่มีตัวแทนของประชาชน คือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เข้าไปทำงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนกรุงเทพเสียโอกาส เพราะไม่มีคนเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ไม่ว่า จะเป็นปัญหาน้ำท่วม รถติด โดยเฉพาะการใช้งบเป็นแสนล้านแต่กลับไร้ประสิทธิภาพ ปัญหาของ กทม.ปัจจุบันจะยึดราชการเป็นศูนย์กลาง จึงย้ำว่าจะต้องให้กรุงเทพเป็นตัวอย่างของกระจายอำนาจที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม โดยเสนอให้จัดงบประมาณที่จะต้องฟังเสียงของประชาชนด้วยการยกเลิกผู้มีอำนาจที่สั่งประชาชน อีกทั้งต้องเตรียมพลังของประชาชน โดยให้ประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่เขตคิด และแก้ปัญหาให้เอง และจากสภาชุมนุมให้ประชาชนมีอำนาจ โดยการกระจายอำนาจให้ประชาชนคิดแทน
นอกจากนี้ จะต้องจัดสรรงบประมาณโดยเน้นการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอประชาชน ซึ่งที่ผ่านมางบประมาณที่จัดซื้อจัดหาให้ประชาชนเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ ส่อไปในทางทุจริต และเสนอให้สภาชุมชนมีอำนาจการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยระดับชุมชน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเสนอให้จัดสรรงบพัฒนาชุมชนอย่างโครงการ SML อย่างที่พรรคไทยรักไทยเคยทำมา และเสนอแนะลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น แก้ระเบียบให้สะดวกขึ้นเพื่อลดการทุจริต ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ และเป็นการป้องกันการทุจริตด้วย พร้อมทั้งเสนอแนะการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อสร้างโอกาสให้คนกรุงเทพ โดยเน้นย้ำให้รัฐบาลส่งเสริมให้คนกรุงเทพมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจะถือว่ารายส่วนนี้จะเป็นฐานภาษีใหม่ให้รัฐบาล