เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดไทม์ไลน์ทุจริต"บัตรทอง"มูลค่ากว่า 195 ล้าน

25 ก.ย. 2563 | Ekkapon

เปิดไทม์ไลน์ทุจริต"บัตรทอง"มูลค่ากว่า 195 ล้าน

จุดเริ่มต้นปัญหาการทุจริตบัตรทองจนนำมาสู่การยกเลิกสัญญาคลินิกและสถานพยาบาลคู่สัญญาของ สปสช. ถึง 188 แห่ง จนทำให้ประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองได้รับความเดือดร้อนเกือบ 2 ล้านคน ต้องหาสถานที่รักษาพยาบาลใหม่ โดยทางสปสช.เริ่มพบพิรุธตั้งแต่ 14-15 ส.ค.2562 เมื่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ตรวจสอบบัญชีการขอเบิกจ่ายงบคัดกรองพบข้อมูล18 คลินิกไม่น่าเชื่อถือ ที่มีพฤติกรรม "ตกแต่งตัวเลข-จัดทำเอกสารเท็จ" ในการเบิกงบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจาก"กองทุนบัตรทอง" จากนั้นจึงทำการขยายผลทำให้พบข้อมูลการทุจริตรวมเป็นเงินกว่า 74.39 ล้านบาท

เมื่อมีหลักฐานชัดทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.ถึงกับรับไม่ได้ ต้องสั่งเดินหน้าตรวจสอบหาคนผิดมารับโทษให้ได้  จึงนำมาสู่การตรวจสอบอย่างเข้มข้น ขยายผลลงลึกมีการตรวจสอบคลินิกเพิ่มอีก  86 แห่ง ผลสอบออกมาเมื่อ 30 มี.ค. 2563 ปรากฎว่าพบคลิกทุจริต 64 แห่ง โดยทางคณะกรรมการตรวจสอบได้มีคำสั่งออกมาให้ระงับการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ และเรียกเงินคืน  74.3 ล้านบาท (ได้คืนแล้ว 60 ล้าน เหลืออีก 13.6 ล้านบาท) พร้อมแจ้งความดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา พร้อมยกเลิกสัญญาคลินิก 18 แห่ง และ 64แห่งตามลำดับโดยมีผลเมื่อวันที่ 9 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองในกทม.ได้รับผลกระทบถึง 8 แสนคนทันที  

เปิดไทม์ไลน์ทุจริต"บัตรทอง"มูลค่ากว่า 195 ล้าน


จากนั้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย.63ที่ผ่าน สปสช.ได้เปิดผลสอบคลินิกและสถานบพยาบาลทุจริตเพิ่ม 106 แห่ง ซึ่งเป็นล็อตที่ 3 รวมขณะนี้ 3 ล็อตตรวจสอบพบทุจริตแล้ว 188 แห่ง จากข้อมูลพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมทั้ง 3 ล็อตเป็นเงิน 195 ล้านบาท โดยทั้ง 188 แห่ง สปสช.ได้เนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาที่กองปราบปรามฯและกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอแล้ว

ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ย. 2563) เลขาธิการ สปสช.ลงพื้นที่ไปดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตบัตรทองที่สนง.เขตราษฎ์บูรณะ ยอมรับว่าพบคลินิกใน กทม.ทุจริตบัตรทองทุกเขต คาดมีประชาชนได้รับผลกระทบเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่สำนักงานเขตต่างๆยังคงมีประชาชนมายื่นขอรับสิทธิบัตรทองตรเอง แม้ สปสช.ยืนยันว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้ารักษาโรงพยาบาลในสังกัดสปสช.ได้ทุกแห่ง
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยถึงกรณีพบคลินิกคู่สัญญาของ สปสช.ทุจริตบัตรทองสวมสิทธิประชาชนเบิกค่ารักษาพยาบาลเกินจริง ยอมรับว่าในกรุงเทพมหานคร มีการทุจริตทุกเขต โดย 2 ล็อตแรก พบการทุจริตและยกเลิกสัญญาไปแล้ว 82 แห่ง และล็อต 3 พบมีการทุจริตถึง 106 แห่ง จากตรวจสอบทั้งหมด 107 แห่ง คาดจะมีประชาชนได้รับผลกระทบ สิทธิว่างเกือบกว่า 2 ล้านคน
จากการยกเลิกสัญญาใน 2 ล็อตแรก พบว่ามีประชาชนจำนวนมาก กังวลว่าจะไม่มีสถานพยาบาลรองรับ จึงแห่กันเดินทางมาลงทะเบียนที่สำนักงานเขตเป็นจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนสิทธิโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัวและต้องรักษาต่อเนื่อง ขณะนี้ทางสปสช.หาสถานพยาบาลทดแทนได้เพียง 20 แห่ง ยอมรับว่า ล็อต 3 ที่จะมีการยกเลิกอีก จะทำให้สถานพยาบาลต้องแบกรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

เปิดไทม์ไลน์ทุจริต"บัตรทอง"มูลค่ากว่า 195 ล้าน

ตอนนี้สปสช. มีสิทธิพิเศษให้กับประชาชน โดยการนำบัตรประชาชนเพียงใบเดียวไปยื่นโรงพยาบาลไหนก็ได้ ในการรับการรักษาทุกครั้งแต่ต้องเป็นโรงพยาบาลในสังกัด สปสช. อย่งไรก็ตามจะหาโรงพยาบาลมาทดแทนโดยเร็วที่สุดภายใน 2 เดือน
ขณะที่ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกเขตเตรียมรับมือรองรับผู้ป่วยจากสิทธิ์ว่างเกือบ 2 ล้านคนดังกล่าว โดยจะจ้างแพทย์พิเศษเพิ่ม ขยายเวลาการรักษา และเพิ่มสต๊อคยา2-3 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย 
นพ.ศักดิ์ชัย ย้ำว่าว่า หลังจากนี้สปสช.จะเลือกสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้กับประชาชนตามทะเบียนบ้าน ถ้าหากประชาชนไม่พอใจก็สามารถขอเปลี่ยนสิทธิบัตรทองในภายหลังได้ ส่วนประชาชนที่มีอาการไม่หนักก็สามารถไปรับยาที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในเขตกทม.ได้ แต่ขอให้นำยาตัวเก่าไปให้สาธารณสุขในเขตดูด้วย

ข่าวล่าสุด