EIC คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ที่ 0.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดหลังการทยอยผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง ภาวะการเงินไทยเริ่มผ่อนคลายลงมาบ้าง ทำให้โอกาสที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมมีน้อยลง รวมถึงเพื่อรักษาขีดความสามารถของการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ไว้
การผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไปคาดว่าจะเน้นไปที่เครื่องมือนโยบายด้านอื่น ๆ มากขึ้น โดยผ่านการใช้งบดุลของ ธปท. และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายการเงิน เช่น มาตรการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) โครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. และมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ นอกจากนี้ EIC มองว่านโยบายทางการคลังจะมีบทบาทมากขึ้นในระยะต่อไป โดยเป็นนโยบายที่เน้นไปที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตรุนแรง และกลุ่มที่สามารถช่วยเพิ่มการจ้างงานได้มากขึ้น
กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อปี พร้อมทั้งประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้หดตัว -7.8%และจะกลับมาขยายตัวที่ 3.6% ในปีหน้า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 23 กันยายน 2020 กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อปี โดย กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะหดตัวน้อยกว่าที่ประมาณการไว้เดิม แต่ในระยะต่อไปเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในการกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของ COVD-19 โดยรายละเอียดมีดังนี้
เศรษฐกิจไทยปี 2020 มีแนวโน้มหดตัวที่ -7.8% น้อยลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อยที่ -8.1% โดย กนง. ประเมินว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลดลงที่ -8.2% (จากเดิมหดตัวที่ -10.3%) และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะอยู่ที่ 6.7 ล้านคน ปรับลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 8 ล้านคน สำหรับอุปสงค์ภายในประเทศ การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นบ้าง โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัวลดลงมาอยู่ที่ -3.5% (จากเดิมหดตัวที่ -3.6%) และการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวลดลงอยู่ที่ -11.4% (จากเดิมหดตัวที่ -13%) สำหรับการลงทุนภาครัฐปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากมาอยู่ที่ 8.8% (จากเดิมที่ 5.8%)
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2020 ติดลบน้อยลงมาอยู่ที่ -0.9% (จากประมาณการเดิมหดตัวที่ -1.7%) จากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่ขยายตัวหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 โดยคาดการณ์ค่าเฉลี่ยราคาน้ํามันดิบดูไบในปี 2020 ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก 35.1 มาอยู่ที่ 41.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานถูกปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันมาอยู่ที่ 0.3% (จากเดิม 0.0%)
ระบบการเงินยังมีเสถียรภาพ แม้ว่าจะเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์มีระดับ เงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง แต่ในระยะข้างหน้าต้องเตรียมรับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่แน่นอน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง นอกจากนี้ กนง. ให้ความสำคัญต่อการเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจ และควรเร่งรัดการให้สินเชื่อผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องให้ตรงจุดและทันการณ์