ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สุพันธ์ุ มงคลสุธี นำทีมผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าพบผู้บริหาร บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป พร้อมเปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจของปีนี้ จากผลกระทบของโควิด19 ว่าผ่านช่วงที่หนักที่สุดของปีแล้ว และไตรมาสที่ 3 นี้ เริ่มเห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
แต่ยอมรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว การบริการต่างๆ ซึ่งผลพวงจากโควิดอาจทำให้คนตกงาน ว่างงาน พุ่งถึง 3 ล้านคนภายในสิ้นปี63นี้
ขณะที่มาตรการต่างๆในการกระตุ้นการจ้างงานของรัฐบาล จะเน้นไปที่การจ้างงานเด็กจบใหม่ ซึ่งยอมรับว่า การจะจ้างนักศึกษาจบใหม่อาจไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม เพราะบางอุตสาหกรรมต้องอาศัยความสามารถเฉพาะ อย่างสายอาชีพเป็นหลัก
ด้านประธานคณะกรรมการสายแรงงาน ส.อ.ท. สุชาติ จันทรานาคราช เผยว่า สถานการณ์แรงงาน เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม พบตัวเลขคนตกงาน ที่เกิดจากการถูกเลิกจ้าง ลาออกเองแล้ว 1.8 ล้านคน ซึ่งพบว่าเมื่อเฉลี่ยแล้วจะมีคนตกงานเดือนละ 3 แสนคน ดังนั้นเมื่อถึงสิ้นปี 63 จะมีตัวเลขคนตกงานสูงถึง 3 ล้านคน
นอกจากนี้ยังพบว่าแต่ละปีจะมีเด็กจบใหม่กว่า 4-5 แสนคน ส่วนใหญ่จบปริญญาตรี ไม่ใช่สายอาชีพ ซึ่งมีผลในการรับเข้าทำงานในบางอุตสาหกรรม เพราะภาคอุตสาหกรรมต้องการนักศึกษาสายอาชีพ อาชีวะ แต่ด้วยค่านิยมของคนไทยต้องการให้ลูกเรียนจบปริญญา จึงมีผลต่อการรับเด็กจบใหม่ในภาคแรงงานเช่นกัน
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลภาคเอกชนประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยังยืนยันเดินหน้า ชง ศบศ.อีกครั้งในสัปดาห์หน้าในการยืดการชำระหนี้ออกไปอีก 2 ปี ภายใต้เงื่อนไขคือเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 และแม้จะพักการชำระหนี้เงินต้น 2 ปี แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย10%