"ในช่วงต้นเดือนตุลาคมจะนำคณะกรรมการเข้าพบกับภาครัฐ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นขณะนี้ ทำไมซัพพลายน้อย สต๊อกข้าวเหลือไม่เยอะ แต่ราคาข้าวลดลงมาก ช่วง 2-3 เดือนจากเมษายน ข้าวสารหอมมะลิจากตันละ 34,000 บาท เหลือ 23,000 บาท ต้องไปนำเสนอข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ปัญหาไม่ได้เกิดจากเรา เวลาราคาข้าวลดลงโรงสีถูกชี้หน้าว่ากดราคาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่เจ็บปวดเรื่องนี้มาตลอด"
สำหรับประเด็นเร่งด่วนที่สมาชิกผลักดันให้ดำเนินการประกอบด้วย 5 เรื่อง คือ 1) การแก้ปัญหาสภาพคล่องโรงสีที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ 2) การส่งเสริมการผลิตและการทำการตลาดข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกันนี้เสนอความเห็นประกอบการยกร่างมาตรฐานข้าวขาวพื้นนุ่ม และให้จำกัดโซนการปลูกข้าวขาวพื้นนุ่มไว้ในพื้นที่นอกเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3) การดูแลประสานงานแก้ไขปัญหาด้านคดีความเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวที่ยังคงค้างให้สมาชิก โดยจะคัดกรองและแก้ไขสำหรับสมาชิกที่สามารถดำเนินการได้เร่งด่วนก่อน 4) ข้อเสนอเรื่องการปรับปรุงเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้ข้าวเปลือก นาปี 2563/2564 พร้อมกับการเดินหน้าโครงการฝากเก็บไว้ในยุ้งฉางเพื่อชะลอการขายและ5)การวางแนวทางส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว เพื่อให้เกษตรกรและโรงสีสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ หากเป็นไปได้อยากจะมาส่วนร่วมให้การให้ความเห็นต่อภาครัฐในการวางยุทธศาสตร์ข้าว