ความคืบหน้ากรณีศาลจังหวัดพล สั่งกักขังนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และว่าที่ร้อยตรีบัวทอง โลขันธ์ อดีตเลขานุการฯ หลังศาลฎีกาพิจารณาเปลี่ยนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จากจำคุก 2 เดือน เป็นกักขัง 2 เดือน ในคดีที่จำเลยทั้ง 2 คนร่วมกันข่มขืนใจ บังคับให้ผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำจังหวัดขอนแก่นถอดกางเกงเมื่อปี 2559 โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 63 ทนายจำเลย ได้คำยื่นร้องขอกักขังจำเลยทั้ง 2 คน ในคลินิกของนายแพทย์เปรมศักดิ์ ที่กรุงเทพมหานคร แต่ศาลยกคำร้องเนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องกักขังในสถานที่ดังกล่าว ต่อมาทนายได้ยื่นอุทธรณ์แต่ไม่ทันเวลาราชการ โดยให้กักขังจำเลยทั้ง 2 คนที่เรือนจำจังหวัดพล และในวันที่ 10 ก.ย. 63 นายเธียรชัย นนยะโส ทนายจำเลย ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ยังขอให้ศาลพิจารณากักขัง ในคลินิกเช่นเดิม เพื่อให้จำเลยสามารถประกอบวิชาชีพได้ มีหลักแหล่งชัดเจน คดีถึงที่สุดแล้วจำเลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลบหนี แต่อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยทนายได้อ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 24 ระบุว่า ผู้ต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขัง ซึ่งมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหา ถ้าศาลเห็นเป็นการสมควร จะสั่งให้กักขังผู้กระทำความผิด ไว้ในที่อาศัยของผู้นั้นเองหรือสถานที่อื่น ที่อาจกักขังได้ เพื่อให้เหมาะสม