เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.ย.63 ที่ จ.ชัยภูมิ นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิ สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน "โนอึล" ในช่วงวันที่ 18 -21 กันยายน 2563 จากอิทธิพลของพายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) "โนอึล" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางบริเวณเมืองดานัง จากนั้นเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลทำให้เกิด สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ ตั้งแต่วันที่ 18 - 21 กันยายน 2563 จังหวัดชัยภูมิลักษณะอากาศ มีฝนฟ้าคะนองเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกเล็กน้อยถึงหนักมาก ครอบคลุมทุกอำเภอ มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง มีลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิสูงสุด 29.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24.3 องศาเซลเซียส
ซึ่งสภาพอากาศปัจจุบัน ท้องฟ้ามืดครึ้ม สลบแดดในบางช่วงมีฝนตกหนัก 1 อำเภอ คือ อำเภอบำเหน็จณรงค์ 43.0 มม. ฝนตกปานกลาง จำนวน 8 อำเภอ คือ 1) อำเภอเนินสง่า 18.5 มม. 2) อำเภอหนองบัวแดง 14.0 มม. 3) อำเภอเกษตรสมบูรณ์ 10.0 มม. 4) อำเภอแก้งคร้อ 23.0 มม. 5) อำเภอหนองบัวระเหว 11.2 6) อำเภอซับใหญ่ 16.0 มม. 7) อำเภอเมืองชัยภูมิ 21.8 มม. 8) อำเภอจัตุรัส 33.5 มม. และมีฝนเล็กน้อย จำนวน 7 อำเภอ 1) อำเภอคอนสาร 2.0 มม. 2) อำเภอภูเขียว 2.4 มม. 3) อำเภอบ้านแท่น 8.6 มม. 4) อำเภอภักดีชุมพล 2.6 มม. 5) อำเภอคอนสวรรค์ 6.8 มม. 6) อำเภอเนินสง่า 4.5 มม. 7) อำเภอเทพสถิต 5.0 มม.
ล่าสุดวัดปริมาณสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่สำคัญในจังหวัดชัยภูมิทั้งหมด มี 1.ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่/ขนาดกลาง ความจุ รวม 339.661 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมเพียง 172.481 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50.78% น้ำไหลลงอ่าง 29.941 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 167.18 ล้าน ลบ.ม. 2.เขื่อนลำปะทาวล่าง ความจุ 16.400 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำ 18.582 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 113.30% มีน้ำไหลเข้าอ่าง 2.672 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้น spillway สูง 44 ซม. ลดลง 1 ซม.มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 7 อำเภอ ที่1.อ.คอนสาร,2.บ้านเขว้า,3.หนองบัวระเหว,4.เมืองชัยภูมิ,5.เนินสง่า,6.จัตุรัส และ7.บำเหน็จณรงค์ ท่วมบ้านเรือนประชาชน โรงเรียน ถนนตามชุมชนต่าง ๆ และพื้นที่การเกษตรบางส่วน หนักสุดยังต้องคอยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด