แต่พอขับรถผ่านที่แกนอน หันไปมอง เฮ้ย ผู้ชายคนเดิม แกนอนตากฝนเหมือนเดิม โดยมีร่มกาง 1 คัน เราทำธุระเสร็จเลยซื้อข้าวมาฝากแก เห็นแกนอนตากฝน เสื้อผ้าและผ้าห่มที่แกห่มเปียกโชกด้วยน้ำฝน ใจที่เห็นตอนนั้น โหวสงสารสุดๆ ( นึกในใจ เรายังโชคดีที่มีบ้านคุ้มกะลาหัว ) ก็เลยเอาข้าวให้แกก่อน แล้วถามแกอยากได้อะไรไหม แกเลยบอกว่า "อยากได้น้ำยาล้างแผล เพราะเป็นเบาหวานโดนตัดนิ้วทั้ง 2 ข้าง เดินไม่ค่อยได้ อยากได้สำลี ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด " แกขอเราแค่นี้ เราเลยบอกว่าจะเอามาให้พรุ่งนี้นะ แกก็ขอบคุณเรามาก
ระบุต่ออีกว่าพอขับรถออกจากแกประมาณเวลา 19.30 น. ฝนก็เริ่มลงแรงอีก เราเลยตัดสินใจขับรถกลับมาบ้าน มาเอาเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว หมอน ผ้าห่ม และยาทุกอย่างที่แกขอ กลับเอาไปให้แกใหม่ เพราะนึกถึงคนที่ต้องเปียกทั้งคืนทั้งวัน เลยกลับเอาของมาให้แกอีกครั้ง และเอายาแก้อักเสบให้แกกินก่อน ความสงสารมันโคตรโคตรเลย ก่อนกลับเลยให้เงินไว้อีก 50 บาท เราช่วยเท่าที่ทำได้ พร้อมลงท้ายว่าที่เล่ามาไม่ได้ต้องการเป็นฮีโร่หรืออะไรทั้งนั้น แต่อยากให้หน่วยงาน พม. หรือสาธารณะสุขที่เกี่ยวข้องลงไปดูหน่อย มันน่าจะมีหนทางมากกว่านี้ ผมขอให้คนที่เกี่ยวข้องมาดูหน่อยครับ รูปที่ผมลงอาจจะมืดเพราะถ่ายตอนกลางคืนครับ ขอบคุณครับ