อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ในจังหวัดตากครั้งนี้ นอกจากการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแล้ว กลุ่มบุคลากรทางการการแพทย์ โดยเฉพาะโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนก็ยังขาดแคลนเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ดังนั้น กรมธนารักษ์ได้ขอรับการสนับสนุนบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อชุด PPE เสื้อกาวกันน้ำ หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาและแบบ N 95 กระจังหน้า (Face shield) น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ฝั่งตะวันตกติดกับประเทศพม่า ซึ่งการลงพื้นที่ในจังหวัดตากครั้งนี้ จะมอบให้แก่ โรงพยาบาลแม่สอด โรงพยาบาลแม่ระมาด โรงพยาบาลพบพระ โรงพยาบาลท่าสองยาง และโรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งทำให้การทำงานของแพทย์และพยาบาลมีความปลอดภัย และมีความพร้อมมากขึ้นในการคัดกรองและแยกกักกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (COVID-19) เข้าสู่ประเทศไทย
นายยุทธนา กล่าวในช่วงท้ายว่า กรมธนารักษ์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาที่ราชพัสดุ บริหารทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเหลือ ดูแลสังคม และประชาชนทุกภาคส่วน ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป