โดยนายฐาปกรณ์ รับสารภาพ และอ้างว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นพนักงานส่งของที่ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ก่อนจะถูกนายจ้างให้ออก จึงตกงาน ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านผู้เสียหาย แต่น้ำมันหมด และทราบว่าผู้เสียหายมีทรัพย์สินและน่าจะอยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากเคยมาส่งตู้เสื้อผ้าแล้วครั้งหนึ่ง จึงเข้าไปขอจำนวน 20 บาท เพื่อไปเติมน้ำมัน โดยผู้เสียหายนอนอยู่บนเปลหน้าบ้าน และบอกว่ามีแต่เงินแบงค์พัน ขอโทรหาลูกก่อน ตนจึงเดินเข้าไปหยิบขวดแก้วที่วางอยู่บนตีเข้าที่ศีรษะนางโจมอย่างแรงจนล้มลงกับพื้นเลือดอาบเต็มหน้า แล้วหยิบเอากระเป๋าของนางโจมวิ่งออกมาขี่รถจักรยนต์ค้นเอาทรัพย์แล้วหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
ด้านนายพรพิชิต ธารพรศรี อายุ 48 ปี ลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนกำลังอาบน้ำอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงโทรศัพท์และเสียงร้องของแม่ให้ช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่าแม่นอนอยู่ที่พื้นมีเลือดเต็มหน้า จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ
สำหรับอาการของนางโจม เบื้องต้นมีแผลแตกที่บริเวณเหนือคิ้ว ขมับด้านซ้าย และกระดูกบริเวณเบ้าตาแตก ซึ่งแพทย์ได้ทำการักษาอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังรอการผ่าตัดอีกครั้ง และรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์