พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมาโดยตลอดว่าในมาตรการต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะลงไปดูแลนั้น ได้ย้ำมาทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. ดูแลงานฝ่ายความมั่นคงว่า ให้ตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไป เพราะถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ก็จะตกเป็นผู้กระทำความผิดเอง เนื่องจากว่าละเว้นการปฏิบัตหน้าที่ แต่นั่นคือหลักการ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว นายกฯ ขอให้ตำรวจ อดทน อดกลั้น ยึดคติพจน์ของตำรวจให้มากที่สุด เพื่อดูแลประชาชนและนักศึกษาให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เชื่อว่าถ้าทำตามนี้ก็สามารถขับเคลื่อนผ่านไปได้ ดังนั้นอะไรที่จะทำแล้วเกิดความสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย อะไรที่ทำแล้วสุดโต่งเกินไปก็ไม่ควร
ในส่วนของการขออนุญาตเข้าพื้นที่ เพื่อจัดกิจกรรมการชุมนุมนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ในส่วนของการชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น เป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องขอแจ้งการชุมนุม ตอนนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุม เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ซึ่งทางพ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวเสริมว่า ในการชุมนุมในปัจจุบันต้องดูว่าจะชุมนุมที่ไหน ปัจจุบันมีการประกาศว่า จะชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งก็เป็นเรื่องของเจ้าของพื้นที่ ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต ในขณะนี้จนถึงปัจจุบัน ทราบว่าเจ้าของพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมได้ นั่นคือเจ้าของพื้นที่ไม่ได้อนุญาต และเมื่อไม่อนุญาตแล้วในส่วนอื่นต้องขออนุญาตไหม นอกเหนือจากพื้นที่ตรงนี้ คำตอบ ก็คือในการชุมนุมแล้ว ถ้าพื้นที่นั้นไม่ใช้พื้นที่หวงห้ามการชุมนุม ไม่ใช่การขออนุญาตแต่เป็นการแจ้งการชุมนุมกับตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ โดยผู้ที่จะจัดการชุมนุม จะต้องมาแจ้งต่อตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่ว่าชุมนุมบริเวณใด วันไหน เวลาใด มีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนเท่าใด ชุมนุมเพื่ออะไร เสร็จกี่โมง ซึ่งตำรวจก็จะแจ้งกลับไปแต่ไม่ใช่การอนุญาต แต่เป็นการแจ้งรับทราบว่าจะมีการชุมนุมและตอบกลับไปว่าผู้ที่จะจัดการชุมนุม ทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง ต้องระวังอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการพังประตู หรือตัดประตูเข้าไปจะมีความผิดอย่างไร พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ตรงนั้นต้องเป็นเรื่องของเจ้าของสถานที่ ในส่วนของความผิดการละเมิดกฏหมายที่เกิดขึ้น ตำรวจถึงเน้นมาโดยตลอด ซึ่งตรงจุดนี้เชื่อว่าผู้ที่ชุมนุมหรือผู้ที่เป็นแกนนำน่าจะทราบอยู่แล้ว โดยคาดว่าในการชุมนุมคงมีฝ่ายกฏหมายคอยประเมินสถานการณ์ว่า อะไรที่ทำแล้วเป็นความผิด อะไรที่ทำแล้วสุ่มเสี่ยงมากหรือน้อยก็อยากจะให้หลีกเลี่ยง และหากมีการกระทำสิ่งที่ถือว่าเป็นการละเมิดกฏหมายในสถานที่ต่างๆ เจ้าของสถานที่จะว่าอย่างไร จะถือว่าเป็นการบุกรุกหรือไม่บุกรุกนั้นคงต้องดูตามสถานการณ์ ในส่วนใดที่เป็นเจ้าของสถานที่เป็นผู้เสียหายก็ต้องมาแจ้ง อะไรที่เป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องมาแจ้งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยเกี่ยวข้องก็เป็นผู้แจ้งต่อไป ส่วนจะบอกว่าพังตรงไหน หรือตัดตรงไหนจะเป็นความผิดอย่างไรก็คงต้องดูก่อนว่ามีการกระทำตรงจุดใด ยังคงตอบไม่ได้ว่า ตรงไหนผิดแน่นอน รอให้ถึงเวลา แล้วพอถึงตรงนั้น ถ้าเข้าไปในสถานที่ส่วนบุคคลต้องดูว่าส่วนบุคคลนั้นเป็นความผิดต่อส่วนตัวจะเป็นอย่างไรขณะที่มีรายงานว่า ขณะนี้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีการประชุมศูนย์ปฎิบัติการ ประจำวันตาม ตามวงรอบ ในห้วงเวลา 8.00 น. 14.00 น. และ 20.00 น. โดยในช่วงเช้า มี พลตำรวจโทพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยดูแลความเรียบร้อย ได้แบ่งกำลังเป็น 3 ผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น., 18.00-02.00 น. และ 02.00-10.00 น.เกาะติดสถานการณ์ #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฏร อย่างใกล้ชิด