- การเปลี่ยนแปลงถึงกลไกในการทำงานร่วมกัน Together Against Corruption ของหลายองค์กร โดย สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานกลางในการรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนการทุจริตของเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดับ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเน้นการทำคดีที่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นความผิดร้ายแรง และสามารถมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแทนในบางกรณี ดังนี้
1. พนักงานสอบสวน ดำเนินการในเรื่องที่ไม่ร้ายแรงที่เป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 61และมาตรา 63
2. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (คณะกรรมการ ป.ป.ท.) ดำเนินการ ในเรื่องที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อำนวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา ว่า กระทำความผิด หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในเรื่องที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 62
3. ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนในหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการในเรื่องกล่าวหาที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง หรือเรื่องกล่าวหาที่มิได้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 64
แม้ว่าเราจะมีกฎหมายและกลไกที่ปรับเปลี่ยนเพื่อลดการทุจริตให้เกิดผล แต่สถานการณ์การทุจริตทุกวันนี้ยังคงรุนแรง ดังปรากฏจากข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 2 กันยายน 2563 มีการดำเนินการด้านการไต่สวนตลอดปี 2562 2563 สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วเสร็จ 1,036 เรื่อง คงเหลือ 3,342 เรื่อง ซึ่งเรื่องคงเหลือ 3,342 เรื่อง มีข้อน่าสังเกตคือ วงเงินงบประมาณของโครงการหรือจำนวนเงินที่มีการทุจริต จากคำกล่าวหาในปีงบประมาณ 2562 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดำเนินการเอง 3,285 เรื่อง มียอดรวมทั้งสิ้น 236,240 ล้านบาท โดยพบว่า เป็นประเภท การทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุด 207,060 ล้านบาท รองลงไปเป็นเรื่องการปฏิบัติ/ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ วงเงิน 23,840 ล้านบาท