ทั้งนี้ เบื้องต้นกองอำนวยการน้ำแห่งชาติคาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก รวม 33 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 10 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ภาคตะวันตก 1 จังหวัด ภาคใต้ 5 จังหวัด และจังหวัดเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งในลำน้ำหลายหลักใน 24 จังหวัด 94 อำเภอ 194 ตำบล แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด และภาคเหนือ 9 จังหวัด ซึ่งในช่วงวันนี้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในแม่น้ำสาขา ก่อนที่ลำน้ำสายหลักจะเพิ่มระดับสูงขึ้นในวันถัดไป ประกอบด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 แห่ง ได้แก่ แม่น้ำสงคราม แม่น้ำมูล แม่น้ำห้วยหลวง แม่น้ำชี แม่น้ำห้วยโมง ลำน้ำพุง ลำน้ำเซบาย ลำน้ำเซบก ลำน้ำยัง และ ในภาคเหนือ 3 แห่ง ได้แก่ แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำป่าสัก และสำหรับสถานการณ์ในแม่น้ำโขงนั้น ยืนยันว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากพายุ โดยระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 50 ซม.
ดร.สมเกียรติ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากในแง่ของผลกระทบแล้ว กอนช.ยังประเมินถึงผลดีจากอิทธิพลของพายุโนอึลที่จะช่วยให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากขึ้น โดยคาดการณ์น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ทั่วประเทศจากพายุโนอึล ในช่วงวันที่ 18-21 ก.ย. 63 รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,140 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น ภาคเหนือ 273 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง 35 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 378 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 98 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก 185 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ 171 ล้าน ลบ.ม. โดยมีอ่างเก็บน้ำจำนวนหลายแห่งที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเป็นจำนวนมาก อาทิ เขื่อนสิรินธร คาดน้ำไหลเข้า 171 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนรัชชประภา 136 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 123 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนวชิราลงกรณ 91 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนภูมิพล 73 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนศรีนครินทร์ 71 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 58 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น ในขณะที่เขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งมีปริมาณน้ำน้อย คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 29 ล้าน ลบ.ม.