ราคายางพาราช่วงที่ดีดกลับมาอีกครั้ง หลังมีการหยุดยาวช่วงวันที่ 4-7 กันยายนที่ผ่านมาทำให้ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 13% เมื่อเทียบกับราคาในช่วงที่ปรับตัวสูงสุดในช่วงวันที่ 2 กันยายน 2563 ซึ่งอยู่ที่ 61.95 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี 2 เดือน
แต่หลังจากวันหยุดยาว พบว่าราคาลดลงอย่างมากและยังคงตกต่ำต่อเนื่อง โดยต่ำสุดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ 53.40 บาทต่อกิโลกรัม จึงต้องให้กยท.หาข้อเท็จจริง และให้เสนอกลับมากระทรวงฯโดยเร็วที่สุด เพื่อประสานกระทรวงพาณิชย์ใช้กฏหมายที่มีอยู่ดำเนินการกับกลุ่มคนที่ทุบราคายาง
ส่วนการเช็กสต็อกยางพารา เบื้องต้นได้ประสานกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งดำเนินการตรวจสต็อกยางพาราในประเทศ เพื่อให้รู้ว่ามีผลกระทบกับราคาหรือไม่
สำหรับราคายางพาราที่ 55-56 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ และ กยท.มีเครื่องมือในการดูแลราคา โดยกำชับให้ดูอย่าให้ราคาตกไปกว่านี้ เพราะช่วงที่ปัญหา การระบาดของโควิด-19 ยังไม่สามารถเปิดประเทศได้ กิจกรรมการเปิดตลาดต่างประเทศ ยังต้องรอ สิ่งที่ทำได้ช่วงนี้ คือ การใช้ยางในประเทศ โดยเร่งให้ทุกหน่วยงานช่วยกัน เพื่อดูดซับผลผลิตออกจากตลาดให้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคายางพาราที่ปรับตัวลดลง โดยวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปรับตัวลดเหลือ 56.10 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงประมาณ 7% จากก่อนช่วงวันหยุดยาว 4 วัน โดยในวันที่ 3 กันยายน ราคาอยู่ที่ 59.90 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นการปรับฐานหลังจากราคายางพาราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนสร้างสถิติใหม่ในรอบ 3 ปี 2 เดือนที่ 61.95 บาทต่อกิโลกรัม และบางส่วนเกิดจากกลไกด้านธุรกิจของเอกชนที่ซื้อยางเพื่อส่งมอบตามสัญญาที่ทำไว้ในราคาที่ไม่ถึง 50 บาทต่อกิโลกรัม แต่กยท.ใช้กลไกตลาดเข้าซื้อ เพื่อดันราคาไม่ให้ดิ่งลงมาก