(17 กันยายน 2563)คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาฯ 35 พร้อมด้วย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดเสวนา "ถอดบทเรียนจากประสบการณ์การชุมนุมทางการเมืองและข้อเสนอต่อสังคม" ณ หอประชุมศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาฯ 35 กล่าวว่า ส่วนตัวให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ และขอให้ผู้ปกครองจงภูมิใจในการออกมาเรียกร้องอนาคตของพวกเขา ซึ่งมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะ แต่เป็นการพิสูจน์ให้ภาครัฐต้องคืนนำอาจให้ประชาชน เนื่องจากมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว
ขณะที่ นายสมชาย หอมละออ คนเดือนตุลาและอดีตผู้ต้องหาคดี 6 ตุลาคม 2519 กล่าวว่า ส่วนตัวคัดค้านผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ห้ามนักศึกษาจัดการชุมนุม เนื่องจากมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น และยังมองว่านิสิตนักศึกษาควรมีสถานที่ในการแสดงออกอย่างปลอดภัย นักศึกษามีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง จนไม่สามารถหาข้อยุติได้ ซึ่งการชุมนุมไม่ว่าฝ่ายใด กทม. รัฐบาล ควรอำนวยความสะดวก นอกจากจะเป็นแสดงการเคารพสิทธิ์ของประชาชนแล้ว ยังสามารถลดความขัดแย้งได้
ด้านนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข อดีตแกนนำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการชุมนุมทางการเมือง ณ ขณะนั้นว่า กลุ่มนักศึกษาออกมาต่อต้าน รสช. จนทำให้เกิดกระแสการปฏิรูปสื่อ และเรียกร้องให้เกิดรัฐธรรมนูญ 2540 เช่นเดียวกันกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต่อต้านอำนาจรัฐเผด็จการ