เนชั่นทีวี

ข่าว

ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช

17 ก.ย. 2563 | jitima_chum

ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช

เขื่อนเมืองย่าโมยังต้องการน้ำอีกมาก แม้จะเข้าปลายฤดูฝนแต่ระดับน้ำยังน้อย ชลประทานต้องเตรียมแผนรับมือสำรองน้ำอุปโภคบริโภคและคาดพายุโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำ

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) "โนอึล" เมื่อเวลา 04.00 น. วานนี้ (16 กันยายน 2563) โดยคาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางและจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้



ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช






โดยเริ่มมีผลกระทบทั้ง 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 18 - 20 กันยายน 2563 ก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคอื่น ๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้




ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช




ซึ่งการพยากรณ์ดังกล่าว นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา มองว่า พายุโซนร้อนโนอึลมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางอีสานตอนบนมากกว่า แต่อีสานตอนล่างก็ยังได้รับอิทธิพลของพายุลูกนี้ โดยจะทำให้มีฝนตกในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลดีอย่างมากกับจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากสภาพน้ำท่าในจังหวัดขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง 4 เขื่อนขนาดใหญ่ 23 เขื่อนขนาดกลาง รวมมีปริมาณน้ำกักเก็บแค่ 24% เท่านั้น พายุจะมาอีก 2 ลูกก็ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ ส่วนฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา มีน้ำเข้าเขื่อนแค่ประมาณ 10 % ของค่าเฉลี่ยทั้งปี และถ้าเทียบกับปีที่แล้วช่วงเวลาเดียวกันจะอยู่ที่ประมาณ 40% แต่ขณะเดียวกันปริมาณฝนที่ตกในปีนี้ถือว่า ฝนตกดีมาก เพราะอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยสะสมได้ 700 กว่ามิลลิเมตรแล้ว

แต่เนื่องจากในห้วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา จังหวัดนครราชสีมา ประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ดึงน้ำดิบกักเก็บส่งจ่ายไปให้แต่ละพื้นที่ผลิตประปาอุปโภค บริโภคเป็นหลักก่อน จึงทำให้น้ำต้นทุนเหลือน้อย ประกอบต้องสูบดึงน้ำใต้ดินมาใช้บรรเทาความเดือดร้อน เพราะแล้งหนักยาวนานต่อเนื่อง ระดับนำใต้ดินก็ลดระดับลง เมื่อมีฝนตกจึงซึมลงไปชดเชยความชื้นใต้ดินก่อน จนกว่าดินจะอิ่มตัว จากนั้นจึงจะมีน้ำท่าไหลตามผิวดินไปลงเขื่อนต่างๆได้ ดังนั้น แม้ว่าปีนี้ฝนจะตกในเกณฑ์ดี แต่ก็มีน้ำลงเขื่อนน้อยมากทั้ง 27 แห่ง จนน่าเป็นห่วง เพราะเหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเท่านั้นก็จะหมดฤดูฝนแล้ว แต่ถ้าพายุลูกนี้เคลื่อนตัวลง จังหวัดในภาคอีสานตอนล่างก็จะได้รับอานิสงส์ ทำให้มีฝนตกเติมน้ำเข้าเขื่อนมากขึ้น




ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช







ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบดูปริมาณน้ำดิบกักเก็บช่วงปลายปี 2561 มีปริมาณน้ำดิบเหลืออยู่กว่า 60% แต่พอช่วงกลางเดือนกันยายนก็หมดฝนแล้ว จึงเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงไวกว่าปีอื่น ๆ ทำให้ช่วงแล้งยาวนานขึ้น อีกทั้งปริมาณฝนสะสมต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 15% เมื่อเข้าปี 2562 ประสบภาวะแล้งต่อเนื่องอีก มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30% น้ำกักเก็บในเขื่อนจึงเหลือแค่ประมาณ 30 กว่า %เท่านั้น จะเห็นได้ว่า ช่วง 2 ปีฝนหายไปเกือบ 50 % ทำให้น้ำกักเก็บในจังหวัดนครราชสีมามีปัญหา ปัจจุบันปี 2563 มีน้ำกักเก็บเหลืออยู่ที่ 24% เท่านั้น และใกล้จะหมดฤดูฝนแล้ว สถานการณ์จึงใกล้เคียงกับปี 2562 ที่จะต้องลำบาก รัดเข็มขัดกันพอสมควร จะต้องใช้น้ำอย่างประหยัด และต้องดึงน้ำน้ำใต้ดินมาใช้อีก เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเป็นจุด ๆ ไป ส่วนการประปาหลายพื้นที่ก็ได้วางแผนระยะยาวเตรียมรับมือเอาไว้ ซึ่งคาดว่า น่าจะผ่านวิกฤติไปได้




แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกพื้นที่วางแผนรับมือโดยเร็ว เร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ มากักเก็บไว้ให้เต็มสระผลิตประปา หรือให้ได้อย่างน้อย 70 % พร้อมกับจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำด้วย จะต้องสงวนน้ำไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคก่อน รองลงมาคือ รักษาระบบนิเวศลำน้ำ , ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร ตามลำดับ แต่ปีนี้ ต้องให้งดทำนาปรังอีกเพื่อสำรองน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติที่จะแจกจ่ายน้ำได้อย่างเพียงพอทุกกิจกรรม

ชลประทานคาดโซนร้อนโนอึลช่วยเติมน้ำเขื่อนโคราช

ส่วนเขตเศรษฐกิจ ชุมชนเมืองโคราช ก็ยังน่าเป็นห่วง โดยน้ำดิบที่ดึงมาใช้ จะมาจาก 3 ส่วนได้แก่ 1.สูบดึงน้ำจากลำตะคองมาใช้ผ่านทางระบบท่อเป็นหลัก ประมาณ 60-70% ที่ใช้น้ำจากส่วนนี้ 2.สูบน้ำจากลำตะคอง เข้ามาเสริม และ 3.สูบน้ำจากเขื่อนลำแชะ มาเสริม แต่ตอนนี้ น้ำในเขื่อนลำตะคองเหลืออยู่ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตรท่านั้น ถ้าจะให้ดีต้องมีน้ำประมาณ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนลำแชะเหลือน้ำใช้การอยู่แต่ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 13 % เท่านั้น จึงขอแบ่งมาใช้จำนวนมากไม่ได้ จะต้องรอดูปริมาณน้ำฝนที่จะมาเติมในเดือนนี้อีกที รอลุ้นพายุโนอึลว่า จะช่วยเติมน้ำให้เขื่อนโคราชได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ต้องขอฝากไปถึงทุกพื้นที่ หากมีน้ำไหลหลากในพื้นที่ใด ขอให้รีบสูบดึงน้ำเข้าสระน้ำชุมชนหรือแหล่งเก็บกักให้ได้มากที่สุด อย่าปล่อยให้ไหลผ่านทิ้งไป พยายามเก็บกักน้ำให้ได้อย่างน้อย 70 %ของความจุกักเก็บ เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งที่จะถึง เตรียมไว้บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ นายกิติกุลฯ กล่าว.

ข่าวล่าสุด