(17 กันายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเรียกร้องทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐเน้นสันติวิธี พร้อมประสานงานดูแลความปลอดภัยโดยยึดหลักอำนวยความสะดวกต่อเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ
นายจตุพร กล่าวถึงคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ถือเป็นเสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง เพราะจุดยืนคนเสื้อแดงไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ ส่วนปริมาณคนจะมาร่วมชุมนุม 19 ก.ย. ส่วนตัวเชื่อว่ามากกว่าจำนวน 5 หมื่นคน ที่ฝ่ายมั่นคงของรัฐคาดเอาไว้รวมทั้งประเมินว่าสถานการณ์ชุมนุม 19 ก.ย. จะอยู่ในพื้นที่ธรรมศาสตร์หรือสนามหลวงก็ตาม ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สร้างแรงปะทะให้เกิดการกระทบกระทั่งกันแล้ว การชุมนุมคงไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ
"แต่ถ้าถูกบีบไม่ให้เข้าที่ธรรมศาสตร์ และยังมาบีบไม่ให้เข้าที่สนามหลวงอีก ผู้ชุมนุมต้องเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งด่านที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นั่นจะเป็นจุดปะทะที่สำคัญ เพราะถึงที่สุดผู้ชุมนุมต้องเดินทางไปถึงปลายทางตามเป้าหมายที่ทำเนียบรัฐบาลอยู่แล้ว"นายจตุพร กล่าวและว่า สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือ เส้นทางที่อยู่นอกประกาศการเคลื่อนไหว เนื่องจากการชุมนุมแต่ละครั้งนั้นไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร และอาจถูกพวกไม่หวังดีสร้างสถานการณ์แทรกซ้อนขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตาม ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยืนยันปิดประตู ไม่ให้ใช้พื้นที่ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ประกาศตัดโซคล้องประตูเข้าไป จะเป็นชนวนแรก ทำให้เกิดแรงปะทะขึ้น และขาดความร่วมมือในการรักษาความปลอดภัย แต่ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดประตูให้เข้าแล้ว การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ผู้ชุมนุม กับเจ้าหน้าที่ จะดูแลความปลอดภัยกันได้