เจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริการฉุกเฉินของอิสราเอลบอกว่างานนี้ พวกเขาให้การช่วยเหลือคนสองคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกเศษแก้วบาด
ชาวปาเลสไตน์ไม่เห็นด้วยกับการทำข้อตกลงกับอิสราเอลของชาติอาหรับ โดยมองว่าชาติอาหรับเหล่านี้เป็นผู้ทรยศต่อประเทศอาหรับอื่น ๆ ด้วยการยอมรับอิสราเอลโดยที่ไม่ได้พูดเรื่องการคืนดินแดนที่อิสราเอลยึดไป
ก่อนหน้านั้น นักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์ก็ได้จัดการเดินขบวนเล็ก ๆ ในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา ซึ่งในงานนี้ พวกเขาก็ได้เหยียบย่ำและจุดไฟเผารูปของทรัมป์ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และผู้นำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับบาห์เรน
ส่วนที่ด้านนอกทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตันดีซี นักเคลื่อนไหวก็มาประท้วงพิธีลงนามเช่นกัน พวกเขาโต้แย้งว่าเรื่องนี้จะทำให้การยึดครองและการแบ่งแยกเชื้อชาติที่อิสราเอลกระทำต่อชาวปาเลสไตน์ ดำเนินต่อไป
ข้อตกลงทวิภาคีนี้ เป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับ 2 ชาติอาหรับ กลับเข้าสู่ระดับปกติอย่างเป็นทางการ แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้พูดถึงความขัดแย้งที่ยาวนานหลายทศวรรษระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ แต่สหรัฐโน้นน้าวทั้งสองชาติอาหรับว่า ไม่ควรเอากรณีพิพาทมาขัดขวางการมีความสัมพันธ์ขั้นปกติกับอิสราเอล
กลุ่มผู้ประท้วง ที่เป็นการรวมตัวขององค์กรและกลุ่มต่าง ๆ มากกว่า 40 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์เรียกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการโจรกรรม การล่าอาณานิคมและการผนวกดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอล
ส่วนในพิธีลงนาม ทรัมป์บอกว่าเขาหวังว่า เรื่องนี้จะนำไปสู่ระเบียบโลกใหม่ในตะวันออกกลาง และถือโอกาสนำเสนอตัวเองในฐานะผู้สร้างสันติภาพในช่วงที่การรณรงค์เลือกตั้งประธานาธิบดีกำลังเข้มข้นมากขึ้น
ด้านเนทันยาฮู ก็บอกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ เป็นการประกาศรุ่งอรุณใหม่แห่งสันติภาพ
ในงาน ที่จัดบนสนามหญ้าทำเนียบขาว ภายใต้แสงแดดอบอุ่น มีผู้เข้าร่วมหลายร้อยคน งานนี้ แม้จะอยู่ในช่วงของการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ก็ไม่มีการรักษาระยะห่างเหินทางสังคม และแขกส่วนใหญ่ก็ไม่สวมหน้ากาก
ผู้สนับสนุนทางการเมืองของทรัมป์ต้องการข้อตกลงแบบนี้ เพื่อหวังยกระดับสถานะรัฐบุรุษของทรัมป์ ในช่วงเจ็ดสัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง เพราะจนถึงขณะนี้นโยบายต่างประเทศยังไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์หาเสียง ที่เน้นไปที่เรื่องไวรัสโคโรนา ปัญหาเชื้อชาติสีผิว และเศรษฐกิจ