คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาก็ต้องหัดเดินและเมื่อเดินได้แล้วสองขานั้น ก็พาเราท่องไปในโลกกว้างได้อย่างไม่น่าเชื่อและเป็นการท่องไปที่ไม่ได้ใช้พลังงานฟอสซิลไม่ปล่อยสารมลพิษ ไม่ปล่อย PM 2.5 และไม่ทำให้โลกร้อนรวมทั้งได้สุขภาพดีมีสุขตามมาอีกด้วย
แต่ไม่รู้ทำไมคนที่บริหารบ้านเมืองของเราตลอดมาจึงทำให้เราซึ่งเดินได้กลายเป็นคนเดินไม่ได้หรือไม่เดินยิ่งไทยกำลังจะเป็นสังคมของคนสูงวัยเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปี หากทางเท้าไม่อำนวยให้สว.(สูงวัย) เดินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เขาก็จะกลายเป็น"คนติดบ้าน"ออกทำมาหากินไม่ได้เป็นภาระแก่ลูกหลานอย่างไม่จำเป็น
สำหรับคนพิการยิ่งแล้วใหญ่เข็นวีลแชร์ออกมาจากบ้านมาเจอทางเท้าไทยที่ขอบทางเท้าสูงขึ้นไม่ได้ ต้องจำใจเสี่ยงอันตรายไปใช้บนถนน สุดท้ายหลายคนก็เลิกออกจากบ้านเช่นกัน กลายเป็นปัญหาสังคมที่เราทุกคนต้องช่วยกันแบกภาระทางอ้อมกันอยู่ทุกวันนี้
มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งเช่น สมาชิกของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยได้รณรงค์มาตั้งแต่เกือบ 30 ปีก่อนขอให้รัฐโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครทำทางลาดที่ขอบทางเท้าให้คนพิการเข็นวีลแชร์ขึ้นได้คนสูงอายุเดินได้ และคนทั่วไปก็เดินได้อย่างสะดวกขึ้น รณรงค์กันอยู่เป็นสิบปีภาครัฐจึงเริ่มให้ความสนใจบ้าง (ต้องเติมคำว่า บ้าง เพราะมันแค่ บ้าง จริงๆ)และเริ่มมีการทำทางลาดที่ขอบทางเท้าให้แก่คนกรุงบ้าง
แต่ด้วยความสนใจเพียงแค่บ้าง และด้วยความเข้าใจผิดเห็นว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ฝีมือเขาจึงเพียงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างลงไปทุบขอบทางเท้าและทำทางลาดขึ้นในบางพื้นที่บางถนนซึ่งบ่อยครั้งมันใช้ไม่ได้ มันอันตรายต่อการใช้ (ดูภาพที่ 1)จึงทำให้คนยังเดินไม่ได้และไม่เดินต่อไป
ภาพที่ 1ทางลาดที่ขอบทางเท้ามีขอบด้านข้างที่ชันดิ่งซึ่งทำให้พลาดหกล้มได้
แต่กลุ่มคนพวกนั้นก็มิได้หยุดเพียงแค่นั้นยังเพียรรณรงค์ทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่รัฐจนในที่สุดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและเริ่มมีการใช้งบประมาณที่มากพอจนทำให้ทางลาดนั้นเริ่มใช้ได้จริง(ดูภาพที่ 2)ซึ่งก็ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณกรุงเทพมหานครที่ในที่สุดก็ได้เริ่มทำสิ่งดีๆนี้ให้แก่ชาวกทม. แม้จะยังไม่ทั่วเมืองก็ตาม
ภาพที่ 2 ทางลาดที่ทางเท้าที่ทำขึ้นได้อย่างถูกต้อง (ถนนประดิพัทธ์ ก.ค.2563)
ไม่ใช่ว่าได้คืบจะเอาศอกนะครับ แต่เราเห็นว่าสิ่งที่ทำมาดีนั้น ยังดีขึ้นได้อีกมากมากจนจะทำให้คนหันออกมาเดินกันมากขึ้น ซึ่งจะลดปัญหาจราจรลดปัญหามลพิษได้มากขึ้นปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับตรงที่ถนนบ้านเรามีทางเข้าบ้านเข้าคอนโดฯลฯมากไป ซึ่งนั่นหมายความว่าหากทำแบบเดิมๆเราก็จะมีช่องที่บากทางเท้าให้บ๋อมลงตรงทางเข้าอาคารนั้นๆ เป็นจำนวนมาก (ดูภาพที่ 3) ซึ่งนั่นหมายความต่อไปว่าคนเดินเท้าต้องเดินขึ้นก้าวลงในทุกๆ ที่ที่มีการบากช่องบ๋อมที่ว่านั้นซึ่งอย่าว่าแต่คนพิการหรือคนสูงอายุเลย แม้แต่คนหนุ่มสาวปกติที่แข้งขาแข็งแรงก็ยังไม่รู้สึกอยากออกมาเดินบนทางเท้าแบบนี้
ภาพที่ 3 สังเกตจำนวนหรือความถี่ของช่องที่ทางเท้าบ๋อมลงเพื่อเป็นทางเข้าอาคารที่มากเกินไป