สาระสำคัญคือกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ของ ขสมก.จะพักหนี้สะสมของ ขสมก.ที่มีอยู่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่า ขสมก.จะต้องสามารถฟื้นฟูกิจการและกลับมาทำกำไรได้ภายใน 7 ปี โดยการดำเนินการในรูปแบบนี้เนื่องจาก ขสมก.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% ไม่ได้มีเอกชนเข้ามาถือหุ้น ดังนั้นจึงเป็นภาระของรัฐบาลในการเข้ามาดูแลแก้ปัญหาตรงนี้ และเจ้าหนี้ของ ขสมก.ก็คือกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังเป็นผู้ที่ค้ำประกันหนี้ให้กับ ขสมก.ทั้ง 100%แผนดังกล่าวกำหนดให้กระทรวงการคลังพักหนี้ให้กับ ขสมก.เป็นระยะเวลา 7 ปีเพื่อให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จ แล้วกลับมาจ่ายหนี้ได้ แผนนี้จะทำให้ ขสมก.สามารถกลับมาทำกำไรได้ในระยะยาวนอกจากนี้จะยังสามารถใช้เงื่อนไขในแผนนี้ในการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ขสมก.ได้ เพราะที่ผ่านมา ขสมก.อ้างว่าการมีภาระหนี้มากทำให้องค์กรไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งจะมีการประเมินผลการทำงานและวัดผลการทำงานของผู้บริหาร ขสมก.เป็นระยะหลังจากที่ ครม.อนุมัติแผนฟื้นฟูและการพักหนี้ให้แล้ว หากไม่มีภาระหนี้แล้วไม่สามารถทำกำไรได้ก็อาจจะต้องพิจารณาแปรรูป ขสมก.พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจการพักหนี้ให้กับ ขสมก.ถือว่าเป็นการรีเซ็ต เป็นการหยุดเลือดที่ไหล เพื่อที่จะทำให้ ขสมก.หายใจได้เพราะหยุดดอกเบี้ยที่เดินอยู่ แล้วหนี้ที่มีอยู่ก็หาทางในการที่จัดการ เช่น การทยอยผ่อน ยกหนี้ไปทำให้เป็นระยะยาวอะไรก็แล้วแต่อยู่ในแผนที่มีการทำมาเสนอ
การทำงานของ ขสมก.นั้นเป็นการให้บริการประชาชนและดูแลประชาชนเป็นหลัก ที่ผ่านมา ขสมก.มีปัญหาสะสมมากว่า 41 ปี การแก้ปัญหานั้นหากใช้ปัญหาแบบเดิมก็คงนำไปสู่การแก้ปัญหาไม่ได้จึงต้องมีการวางแผนทั้งหมดทั้งการพักหนี้ การปรับเส้นทางการเดินรถ และการซื้อรถใหม่ที่จะช่วยให้ ขสมก.ทำกำไรได้ในระยะยาว
ด้านไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ระบุ ที่ประชุมฯยังเห็นชอบแผนฟื้นฟู ขสมก.ที่ปรับปรุงใหม่โดยจะนำเสนอให้มีการเสนอขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ที่เห็นชอบในหลักการของแผน ฟื้นฟูกิจการฉบับเดิมไปก่อนหน้านี้ แล้วใช้แผนฟื้นฟูฉบับใหม่โดยส่วนในส่วนของการพักหนี้ ขสมก.ที่ประชุมฯอนุมัติในหลักการให้รัฐบาลรับภาระหนี้สินของ ขสมก. โดยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ของ ขสมก. เมื่อ EBITDA เป็นบวก (ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นมา รัฐบาลรับภาระชำระดอกเบี้ยของ ขสมก. แล้ว) ทั้งนี้ ยอดหนี้คงค้างที่รัฐบาลรับภาระจะเป็นยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 30 กันยายน 2564ส่วนประเด็นอื่นๆที่สำคัญ ได้แก่ 1.แนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง โดยมีโครงข่ายหลัก จำนวน 162 เส้นทาง และให้ ขสมก.บริหารจัดการเดินรถตามแผนฟื้นฟูกิจการฉบับปรับปรุงใหม่
ทั้งนี้ ให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาปรับปรุงเส้นทางให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ให้ครอบคลุมพื้นที่และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งในอนาคตต่อไป
2.ให้ ขสมก.มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางที่มีการกำหนดใหม่ หรือเส้นทางเดินรถที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ก่อนผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น ในกรณีที่ ขสมก.ไม่ประสงค์เดินรถในเส้นทางดังกล่าว ให้กรมการขนส่งทางบกโดยอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ประกาศรับคำขอเป็นการทั่วไป
และ 3.นโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ให้ ขสมก.จัดเก็บเป็นอัตราเดียว (Single price) โดยในอนาคตอาจปรับเพิ่มหรือลดอัตราค่าโดยสารเพื่อให้เหมาะสม กับสถานการณ์และภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง