นางชไมพร ขวัญทอง พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า หลายสิบปีมานี้ รายได้หลักที่ทำให้ประเทศไทยยังสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้นั้น มาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บางคนอาจกล่าวว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่ไม่ต้องลงทุนสิ่งใดเลย ไม่ต้องหาวัตถุดิบ ไม่ต้องมีโรงงาน ถ้าจะลงทุนก็น้อยมาก แค่แรงงานเพียงเท่านั้น และเก็บรักษาสิ่งสวยงามไว้ แค่นี้ก็ดึงดูดคนมาเที่ยวได้แล้ว นี่นับว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะแท้จริงแล้วการรักษาคุณค่าของสิ่งต่างๆ ไม่ว่ามรดกทางธรรมชาติ หรือมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ว่ามรดกที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้ เป็นสิ่งซึ่งต้องรักษาไว้ไม่ให้เสื่อมโทรมไปจากที่เคยเป็นเคยมีอยู่ และการรักษาไว้ให้คงอยู่ล้วนต้องดำเนินการโดยใช้ทุนทรัพย์เสมอ โดยเฉพาะทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งที่จับต้องมองเห็นได้ หรือเป็นสิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้แต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
การท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเสมือนต้นทุนที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ก้าวเดินต่อไปชุมชนท้องถิ่นในชนบทจึงกลายเป็นหมุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวผู้อยากสัมผัสวิถีวัฒนธรรมของชาวบ้านอย่างแท้จริง สมัยหนึ่งเราเคยเรียกขานการท่องเที่ยวแบบนี้ว่า "โฮมสเตย์"แต่เมื่อแนวทางของการท่องเที่ยวแบบนี้เริ่มชัดเจนขึ้น มีการพัฒนารูปแบบการจัดการโดยชาวบ้านเอง ผ่านตัวกลางอย่างเอเจนซีหรือบริษัททัวร์น้อยที่สุด ทำให้ปัจจุบันเรียกแนวทางการท่องเที่ยวแบบนี้ว่า "การท่องเที่ยวโดยชุมชน"
ตลาดต้องชมริมน้ำ ที่อยากเชิญเที่ยว ตลาดแรกคือตลาดวัดโบสถ์หรือวัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ตั้งอยู่ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยวัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดโบสถ์มีรูปปั้นเหมือนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย,รูปปั้นหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เด่น เป็นตระหง่าน และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อเหลือ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวปทุมธานี นอกจากนี้วัดโบสถ์มีทิวทัศน์สวยงาม มีบริเวณให้อาหารปลา มีตลาดชุมชนที่จำหน่ายสินค้าทั้งอาหารคาวหวาน พืชผักผลไม้ รวมไปถึงงานศิลปะพื้นบ้าน และร้านชากาแฟที่ขาดไม่ได้คือ ร้านดังประจำตลาด ที่ใครมาเที่ยววัดโบสถ์ต้องไม่พลาด อย่างร้านก๋วยจั๊บคุณบอย ที่มีเอกลักษณ์ของน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมและหอมมาก หรือร้านปลาต้มเค็มลุงเดช ที่มีทั้งปลาทูและปลาตะเพียนเนื้อเนียนนุ่ม คัดไซส์มาอย่างดี ต้มจนก้างนุ่มรับประทานได้ทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณร้านคุณเจนปลาทอด ร้านขนมบ้าบิ่นแม่ลัดดา ร้านกล้วยปิ้งและกล้วยนาบมะพร้าวอ่อนร้านข้าวเกรียบว่าวที่หาชิมได้ยาก
และอีกตลาดคือตลาดอิงน้ำสามโคก ตั้งอยู่ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เช่นกัน เป็นตลาดโบราณที่มีอายุมากกว่า100 ปี นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศตลาดเก่าดั้งเดิม ชุมชนริมน้ำสองฝั่งคลอง เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้คือความเรียบง่าย เป็นกันเอง และความหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และมอญ และสามารถเลือกซื้ออาหารที่ชาวชุมชนเป็นผู้ผลิตและนำมาจำหน่ายเอง ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น ขนมไทย อาหารมอญพื้นบ้าน ข้าวแช่ ขนมจีนซาวน้ำ ขนมครก ก๋วยเตี๋ยว ขาหมู ปูหลนและผักพื้นบ้านสำหรับ" ตลาดอิงน้ำสามโคก "มีร้านดังประจำตลาดที่ใครมาเยือนก็ไม่ควรพลาดอย่างร้านโบราณย้อนยุค ผัดไทยกุ้งสด หอยทอด, ร้านข้าวมันเป็ดเฮียฮ้อ สูตร อาม่า, ร้านเอแคลไส้ทะลัก, ข้าวหลามกะลา, ร้าน 3 ป หมูสะเต๊ะ และที่ขาดไม่ได้ คือคาเฟ่น่านั่งเอาใจวัยรุ่น ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่อย่างTesterday Cafe ร้านกาแฟในสวนบรรยากาศร่มรื่น และข้ามคลองคาเฟ่ร้านกาแฟเล็กๆ สไตล์เรโทรผสมวินเทจที่ตกแต่งร้านด้วยของเก่า ของเล่น และรถมอเตอร์ไซค์โบราณ ที่ใครมาก็ต้องแวะไปถ่ายรูปเช็คอิน
การกระตุ้นการท่องเที่ยว ตลาดต้องชมริมน้ำ วิถีชีวิตชุมชน เส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นำไปสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต เป็นการเปิดมุมมองใหม่แห่งการท่องเที่ยว เห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น กับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น