หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่มีการตรวจเช็คประวัติและลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเบื้องต้นคาดว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ และยังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้อีกจำนวนมากในหลายจังหวัด พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับ และเฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งทราบว่านางสาวเบญจทิพย์ได้ย้อนกลับมาบ้านพักที่ ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด ชุดสืบสวนจึงเข้าจับกุมตัวและนำมาสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยอ้างว่ามีชาย ซึ่งเป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาติดต่อซื้อดาวน์รถยนต์ และรถไถกับชาวบ้านที่ประกาศขายในเฟซบุ๊ค จากนั้นจะมีการนัดหมายกันตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะหลอกวางเงินมัดจำให้เจ้าของรถส่วนหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อในสัญญาเช่าซื้อ เพื่อที่จะไปส่งงวดต่อ ก่อนที่จะวางอุบายขอนำรถไปใช้ก่อน โดยยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อในสัญญาซื้อ แล้วจะมีนายหน้าเป็นชายชาว จ.ขอนแก่น เป็นผู้มานำรถไถไปอีกทอดหนึ่ง
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อกับคำให้การทั้งหมด เพราะจากการตรวจสอบพบว่านอกจากจะมีหมายจับของสภ.ยางตลาดในข้อหายักยอก 1 หมายแล้ว ยังมีหมายจับในข้อหายักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และรับของโจรในพื้นที่ สภ.ปทุมราชวงษา จ.อำนาจเจริญ 1 หมาย, สภ.เมืองกาฬสินธุ์ 1 หมาย, สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์ 1 หมาย, สภ.กลางใหญ่ จ.อุดรธานี 1 หมาย, สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 1 หมาย และสภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่นอีก 2 หมาย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้จากการตรวจสอบคาดว่าผู้ต้องหารายนี้ยังก่อเหตุอีกหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่