นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า ธุรกิจขนส่งที่ได้รับผลกระทบรุนแรงสุดคือการขนส่งทางอากาศ เพราะเมื่อสายการบินหยุดบินกว่า 90% ทำให้การขนส่งใต้ท้องเครื่องบินไม่สามารถทำได้โดยคาดว่าทั้งปีนี้การขนส่งทางอากาศรายได้จะหายไปมากกว่าครึ่งจากปัจจุบันที่มีรายได้รวม 3.45 แสนล้านบาทส่วนขนส่งทางเรือได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าที่ลดลงทำให้รายได้กลุ่มหายไปประมาณ20% และขนส่งทางบกรายได้หายไปประมาณ 10% จากปิดด่านชายแดน โดยเฉลี่ยภาคธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งขนส่งทางอากาศน้ำ และบก คาดว่ารายได้จะหายไปประมาณ 30-40% จากรายได้รวม 1.26 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 4-5 แสนล้านบาท
นายกวิน กิตติบุญญา ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) กล่าวว่า อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการแพร่ระบาดโควิด-19ทำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ภายในประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแม้จะมีการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดให้คนต่างชาติเข้ามาในประเทศได้ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แบ่งเป็น กลุ่มจัดงานแสดงสินค้า คาดว่าปีนี้รายได้หายไป60% จากรายได้รวม 2หมื่นล้านบาทเมื่อปีก่อน ขณะที่กลุ่มการจัดงานประชุมสัมมนา หรืออุตสาหกรรมไมซ์ คาดว่ารายได้หายไป 70-80% จากรายได้รวม 1.3 แสนล้านบาท เหลือ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเอกชนพยายามที่จะประคับประคองธุรกิจโดยรักษากระแสเงินสด เพื่อรักษาคนให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยอมรับว่ามีการปลดคนในภาคธุรกิจแล้วประมาณ20% ของแรงงานในระบบประมาณหมื่นคน
ส่วนประเด็นที่รัฐบาลจะออกมาตรการอนุมัติSpecial Tourist Visa หรือ STV ให้คนต่างชาติเข้าไทยกระตุ้นท่องเที่ยวอยู่ได้90 วัน ต่ออายุได้ 2 ครั้ง รวมสูงสุด 270 วันนั้น ทางอุตสาหกรรมจัดงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรมไมซ์คงไม่ได้ประโยชน์ เพราะการจัดงานแสดงสินค้าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์หากมาแล้วถูกกักตัว 14 วันก็ไม่คุ้มค่าที่จะเดินทางมาจึงต้องการให้รัฐบาลปลดล็อกในกลุ่มนักธุรกิจที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้า และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติในอนาคต
นายสมเด็จสุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในการจัดกิจกรรม "Thrivingin the New Normal" ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาช่วยธุรกิจบริการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจใน4 กลุ่มหลักที่กรมได้จัดกิจกรรม ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์จัดงานแสดงสินค้า เกมและแอนิเมขั่น ที่มีมูลค่าตลาดรวมกันถึง 1.3 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงฯได้เข้ามาช่วยจัดหาแหล่งเงินทุนจึงได้จัดกิจกรรมจับคู่ระหว่างผู้ประกอบการและสถาบันการเงิน คาดว่าจะเกิดการจัดคู่ไม่น้อยกว่า100 คู่และมีการปล่อยสินเชื่อมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท
"เรื่องผลกระทบโควิดธุรกิจบริการก็ได้รับผลกระทบโดยที่ผ่านมากรมได้เข้ามาช่วยจัดกิจกรรมผลักดันในการสร้างรายได้ให้ธุรกิจบริการ รวมถึงมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมเช่น งานแสดงสินค้าก็จะมีการผสมในรูปแบบไฮบริด คือมีการจัดงานแบบออฟไลน์ผสมออนไลน์และกิจกรรมอื่นๆต่อเนื่อง และหลังจากที่สถานการณ์โควิดคลี่คลายก็มีแผนพาธุรกิจเหล่านี้ออกไปเจรจาการค้าในตลาดเป้าหมายโดยปีนี้ยังคาดว่ารายได้ของการผลักดันกิจกรรมให้ 4 กลุ่มธุรกิจบริการจะเท่ากับปีที่ผ่านมาคือมีรายได้ผ่านกิจกรรมประมาณ 1.42 หมื่นล้านบาท"นายสมเด็จ กล่าว