กระทั่งวันที่ 8 ส.ค.ตนไปรับรถพบว่ามีการทำสีไม่เต็มคันตามที่ตกลงไว้ ซึ่งมีการทำสีแค่ด้านนอก แต่ขอบประตูด้านในเป็นสีขาวซึ่งเป็นสีเดิม ซึ่งอ้างว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อเวลาไปขายต่อจะได้รู้ว่าสีเดิมคือสีอะไร ซึ่งตนมองว่าไม่น่าจะใช่จึงไม่ยอม จากนั้นเจ้าของอู่จะลดราคาให้ในส่วนที่ตนจะต้องเงินส่วนที่เหลือ 5,000 บาท เมื่อตรวจเช็คสภาพรถอย่างละเอียดพบว่าอะไหล่ชำรุด อุปกรณ์ภายในถูกถอดออก พวงมาลัยสั่น ล้อเเม็กเสียหาย และ ระบบไฟทั้งหมดมีปัญหา จึงนำรถกลับไปซ่อมที่อู่เดิมอีกครั้ง เพราะคิดว่าอู่ทำงานไม่เรียบร้อย
พอกลับมารับรถกลับพบว่ารถมีสภาพชำรุดหนักกว่าเดิม ซึ่งจากการสอบถามบริษัท ประกันรถยนต์ ก็ทราบว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการเคลมประกันเฉี่ยวชนเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนถึง 6 ครั้ง รวมค่าสินไหมกว่า 1.2 แสนบาท พอตรวจสอบอย่างละเอียดจึงมาทราบว่ารถตน(กัญณัฎฐ์) ถูกขับไปชนกับรถของ น.ส.พิชญา ที่พุทธมณฑลสาย 3 ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่สน.บางเขน เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา
ด้าน น.ส.พิชญา กล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนเอารถยนต์ โตโยต้ายารีส ไปทำสีที่อู่นี้ เพราะได้รับคำแนะนำมาว่ารับทำสีรถราคาไม่แพง ทั้งยังเห็นว่ามีรถจอดเยอะ จึงตัดสินใจไปเปลี่ยนสีรถจากสีขาวเป็นสีเทา ก่อนที่จะถูกโน้มน้าวให้ทำประกันภัยเหมือนกัน ซึ่งอู่ดำเนินการให้ทุกอย่าง ตนมีหน้าที่จ่ายเงินแล้วรับเล่มกรมธรรม์ออกมาเท่านั้น พอถึงวันนัดรับรถพบว่ากลับเป็นสองสี หมือนกันคือทำสีรถไม่เต็มทั้งคัน และแอร์ไม่เย็น ขับแล้วเหมือนเครื่องจะดับรวมถึงพวงมาลัยแข็งจึงไปซ่อมที่อู่อื่นเพราะไม่สบายใจที่จะให้อู่เดิมทำแล้ว