คุณเป๋า หลานชายลุงวันเลิด อยู่ในสาย กับประเด็นที่เกิดขึ้น รู้สึกยังไง?
เป๋า : "ตอนแรกก็ตกใจก่อน อย่างแรกที่ทำเลย คือเฟซบุ๊กไปหาคุณนัทที่ประสบเรื่องนี้ ก็ขอโทษเขาก่อนเลยในนามสาขา ขอโทษที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเยียวยาความรู้สึกเขาโดยการที่ขอโทษเขาโดยตรง ไม่ต้องการผ่านสื่อโซเชียล แล้วจะเลี้ยงข้าวเขาด้วย"
ทั้งที่สาขาทำให้เกิดเรื่อง ไม่ใช่สาขาลุงวันเลิด?
เป๋า : "ใช่ครับแต่พอเป็นนางใน เราก็ปฏิเสธไม่ได้ เราเป็นสาขาออริจินัล ก็ต้องมีส่วนช่วยดูแลด้วย ไม่งั้นกระทบหมดครับ"
ลุงวันเลิดว่ายังไงบ้าง?
เป๋า : "สิ่งที่ผมพูดในวันนี้ก็เอามาจากความรู้สึกลุงวันเลิดที่ผมคุยเลยครับ มีแต่ความรู้สึก เสียใจ และขอโทษโดยไม่มีข้อโต้แย้งทั้งสิ้นครับ"
ได้คุยกับเจ้าของสาขาที่มีเรื่องมั้ย?
เป๋า : "คุณลุงคุยแล้วนะครับ ผมว่าอย่างแรกสาขา 43 เขาก็คงรู้สึกเสียใจ ส่วนเรื่องการตัดสินใจเขาในช่วงนั้นๆ ก็คงก้าวล่วงไม่ได้ว่าทำไมตัดสินใจอย่างนั้น สถานการณ์แต่ละอย่างเราก็ไม่รู้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นครับ"
ร้านปิดร้าน?
เป๋า : "พี่นักข่าวบอกว่าเขาปิดร้าน เลยไปสัมภาษณ์ไม่ได้ครับ"
คุณแนนบอกว่าอยู่ใกล้สาขาต้นตำรับคือร้านลุงวันเลิด ทำไมเปิดใกล้ๆ กันได้?
เป๋า : "จริงๆ เป็นคนรู้จักกับลุงวันเลิดด้วย และเขาก็มีบ้านอยู่ตรงนั้นด้วย เขาก็เลยขอเปิดครับ"
ลุงใจดีมาก?
เป๋า : "ลุงวันเลิดเป็นคนใจดีมาก ผมคิดว่าเรื่องที่เกิด หลายๆ คนคงเห็นแล้วว่ามีแต่คนเซฟลุงวันเลิด เซฟชานูบางในพระรามเก้า 41 กัน และมีคนพูดว่าลุงวันเลิดเป็นผู้มีพระคุณของพวกเรา คือตอนให้เฟรนไชส์ ลุงไม่เคยคิดเงินแค่บาทเดียว เพราะลุงต้องการให้สัมมาอาชีพกับคนเพื่อให้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อได้ แค่นี้ก็สื่อแล้วว่าลุงเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีมาก แล้วผมว่าชาวนางในได้เรียนรู้จากลุง ลุงจะสอน 2 ข้อเสมอคือซื่อสัตย์กับกตัญญู ซึ่งกตัญญูในที่นี้หมายถึงการรู้คุณคนด้วยนะครับ เพราะลุงพูดเสมอว่าที่ร้านเป็นได้ทุกวันนี้ ก็ต้องขอบคุณน้องๆ ทุกช่วงอายุที่มาอุดหนุน มาคอยตำหนิว่ารสชาติต้องปรับอะไรบ้าง เราถึงมีได้ทุกวันนี้ เราต้องนึกถึงเขาเสมอ อย่าไปหักหลังเขาด้วยการเอาวัตถุดิบไม่ดีให้เขากิน"
ถ้าตอนนี้คนแห่ไปให้ลุงสอน ไปขอเฟรนไชส์จะทำยังไง?
เป๋า : "ต้องมานั่งสัมภาษณ์ก่อนครับ ทำไมถึงอยากทำ มันเหนื่อยนะ ไม่ใช่ว่าทุกคนมาแล้วจะได้หมด ถ้ามาทำร้านแค่เอาเงินมาลงทุน ผมคิดว่าคุณลุงไม่อนุญาต คุณลุงอยากให้สัมมาอาชีพกับคนที่มีความขยันจริงๆ และอยากทำให้เป็นอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้"
คุณลุงได้บอกมั้ยจะมีกฎอะไรเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก?
เป๋า : "ผมเชื่อว่าถ้าย้อนกลับไปได้เขาคงไม่ทำ แล้วผมว่าเรื่องนี้จริงๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก"
ตัวลุงวันเลิดเครียดมั้ยกับเรื่องนี้?
เป๋า : "เครียดมากครับ แต่พอมาดูวันนี้ คนรักลุงวันเลิดเยอะมากครับ กระแสโซเชียลเมื่อวานตอนเย็นค่อนข้างแรง แต่พอตอนกลางคืนถึงตอนเช้า ทุกคนแห่มาบอกว่ามันคนละสาขากัน เซฟลุงวันเลิด ลุงเป็นผู้มีพระคุณ ผมว่ามันดูอบอุ่น ทั้งที่วันนี้ลุงไม่สบายนะครับ ลุงก็ยังลงมาต้อนรับพี่ๆ นักข่าวทุกคนเองเลย ถ้าได้มีโอกาสรู้จักลุงจะต้องรักลุงเหมือนกัน ลุงทำร้านให้เหมือนฟีลบ้าน ต่อให้ทานไม่หมดแล้วจะเอากลับลุงยังไม่ว่าเลย ต่อให้ทานแล้วขาดทุนลุงก็ไม่ว่า พอโจทย์คือทานแล้วเหมือนที่บ้าน อยากให้อบอุ่นแบบนั้น คุณอยากเอากลับก็เรื่องของคุณ"