เรื่องมาตรา 272 ปิดสวิตช์สว. คิดยังไงที่ตอนหลังญัตตินี้ตกไป?
"จริงๆ เรื่องนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่อาจารย์บวรศักดิ์ร่างเรื่องนี้ และมีการลงประชามติของอาจารย์ ซึ่งร่างอาจารย์ตกไป แล้วร่างอาจารย์มีชัยขึ้นมาเอง ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าไม่รับร่างอาจารย์มีชัย จะเป็นร่างคสช.เลยหรือเปล่า ก็เป็นส่วนที่บีบ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดว่าไม่เอาเลยตั้งแต่ต้น พอเรามาร่วมรัฐบาลชุดนี้ เราก็ชัดเจน ปักธงว่าหนึ่งในจุดยืนเราจะเข้าร่วมรัฐบาลคือเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ เปิดสวิตช์แก้รัฐธรรมนูญ ตอนนั้นพลเอกประยุทธ์ยอมรับ บรรจุเป็นวาระหนึ่งที่รัฐบาลต้องไปขับเคลื่อนเป็นนโยบายหลักรัฐบาล แต่พอเข้ามาแล้วล่าช้าบ้างอะไรบ้าง เราก็มาเร่งด่วนอีกที ฉะนั้น 256 เราอยากแก้ แต่สว. 272 เป็นมาตราที่ควรแก้ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน สว.ควรมีใช่ แต่อำนาจในการเลือกนายกฯ ไม่ควรมี ควรสงวนเป็นหน้าที่ตัวแทนประชาชนโดยตรงที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนคือส.ส."
"ส่วนภายในพรรคประชาธิปัตย์เราได้ถกเรื่องนี้กันอย่างละเอียด เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เราอยากให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่แค่แก้เพราะโหนกระแสใดกระแสหนึ่ง ฉะนั้นจะแก้ตอนไหน จังหวะไหน ต้องยื่นเรื่องตอนนี้เลยมั้ย ยื่นแล้วแก้ได้จริงหรือ หรือให้เป็นหน้าที่สสร.ดีมั้ย ในเมื่อเราได้ปลดล็อกแรกแล้ว ให้เกิดการตั้งสสร. แก้รัฐธรรมนูญได้จริงเป็นรูปธรรม เปิดช่องทาง 256 แล้วแก้ได้ ให้สสร.ตัดสินใจดีกว่ามั้ย"
แต่ในการยื่นก็มีส.ส.ประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งไปเซ็นร่วมกับเขาด้วย เกิดปัญหาอะไร?
"จริงๆ ไม่ใช่ปัญหา พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เปิดเสรีภาพ มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก บางท่านอาจล้อว่ามากไปมั้ย อาจดูเหมือนขัดแย้ง แต่ 1 สิทธิ์ 1 เสียงสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ และมีส.ส.หลายท่านที่มีความรู้ ความสามารถ คุณวุฒิ มีจุดยืน ผลักดันเต็มที่ ท่านก็มีสิทธิ์เต็มที่ไปแสดงออก แต่ในพรรคประชาธิปัตย์ มีการถกกันสองมุมละเอียดมาก และมีมติพรรคออกมาแล้วว่าเราอยากแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ แต่สิทธิส.ส.เหล่านั้น ท่านก็คิดกันเอง"
เขาถอนด้วยเหตุผลใด?
"ส่วนตัวอาจตอบแทนบางท่านที่ถอนไม่ได้ แต่ถ้าคาดเดาคิดว่าบางท่านคงไปไตร่ตรองมติพรรค ถกทุกประเด็นว่าควรแก้แบบไหน ซึ่งจริงๆ เรามีการถกมาก่อนหน้านี้และถกอีกรอบ ผมเชื่อว่าส.ส.ได้ไปไตร่ตรองมาอย่างครบถ้วน เราทำงานหลายอย่างมาด้วยกัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องเราเห็นตรงกัน แต่ส.ส.ก็ยึดประชาชนเป็นหลัก ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ ไปผ่านกระบวนการ 256 แล้วตั้งสสร. อันนั้นคือความเป็นจริงที่จะเป็นไปได้มากที่สุด"
ติดตามเรื่องนิสิตนักศึกษาหรือเยาวชนนักเรียนคิดจะมาประชุมกันในวันที่ 19 ก.ย. เป็นการชุมนุมใหญ่ มีเซอร์ไพรส์ ยกระดับ มองยังไง?
"ผมเชื่อว่าหลายๆ ฝ่ายมองในมุมเศรษฐกิจ เราเป็นห่วง เพราะถ้านักลงทุนมองเรา นักธุรกิจในประเทศจะขยายุธุรกิจ ตอนนี้เรื่องเศรษฐกิจก็หนักอยู่แล้ว จะกล้าลงทุน กล้าทำอะไรก็ลำบาก เป็นจังหวะที่หลายคนเป็นห่วง ผมก็หวังว่าจะไม่กระทบ แตกแยก เพราะเชื่อว่านักศึกษาหลายคนที่บริสุทธิ์ใจจริง อยากเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอนาคตที่ดีขึ้นอย่างจริงใจ ส่วนบางกลุ่มบางก้อนที่มีวาระแอบแฝงก็ต้องระวังด้วย"
เขาออกมาพูดชัดเจนไม่แฝงแล้วนะ เขาบอกว่าเรื่องจาบจ้วงสถาบันจะไม่ลดเพดาน เหมือนเพนกวินเขาเปิดหน้าไพ่หมดแล้ว?
"ถ้าเขายิ่งทำ ผมคิดว่าความชอบธรรมของตัวเขา หรือของกลุ่มที่จะมาชุมนุมทำให้ความชอบธรรมลดน้อยลงไปเยอะ และคิดว่าหลายฝ่ายที่ต้องการพัฒนา ปฏิรูปคอรัปชั่นอย่างจริงใจ กลุ่มนั้นก็จะถอยออกมาเรื่อยๆ ผมว่าประชาชนฉลาด ดูออกว่าใครแอบแฝง มีวาระซ่อนเร้น ผมว่าเปิดออกมาแบบนี้ก็ทำให้คนกังวลที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องด้วย"