เนชั่นทีวี

ข่าว

"หมอธีระ" ชวนถ่ายรูป-จดบันทึกทุกที่ๆไป ช่วยติดตามโรคง่ายขึ้น

09 ก.ย. 2563 | apirak_pra

"หมอธีระ" ชวนถ่ายรูป-จดบันทึกทุกที่ๆไป ช่วยติดตามโรคง่ายขึ้น

"หมอธีระ" รณรงค์ชวนทุกคนช่วยกันถ่ายรูปหรือจดบันทึกทุกสถานที่ๆไป เพื่อช่วยให้ติดตามโรคได้ง่ายขึ้นหากโควิดแพร่ระบาด ชี้หากช่วยกันทำเป็นนิสัยจะช่วยเสริม "ไทยชนะ" ได้ดีขึ้น

(9 กันยายน 2563) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความดังนี้...
นี่คือสิ่งที่ผมบอกภรรยาไปเมื่อตอนเย็นนี้ว่า เราควรจะทำกันให้เป็นนิสัยนับจากวันนี้เป็นต้นไป...เลือกทำได้ 1 ใน 2 อย่างนี้ตามความเหมาะสมครับ
หนึ่ง "ใช้มือถือถ่ายรูปสถานที่ที่เราไป ระหว่างดำเนินชีวิตประจำวัน"
หรือ
สอง "จดบันทึกสถานที่ และวันเวลาไว้ในสมุดโน้ตหรือจดไว้ในมือถือ"
...หากเราติดตามสถานการณ์โรคระบาดมาตลอด จะพบว่าตั้งแต่เคสทหารอียิปต์ที่ระยอง น้องจากซูดานที่กรุงเทพมหานคร เคสผู้หญิงจากต่างประเทศที่ตรวจไม่พบสองครั้งระหว่างกักตัว 14 วันแต่ต่อมาตรวจพบว่าติดเชื้อและมีแอนติบอดี้หลังจากที่ไปใช้ชีวิตตามจังหวัดต่างๆ นานราว 6 สัปดาห์ และมาถึงเคสดีเจ ที่ตอกย้ำให้เห็นว่าติดเชื้อภายในประเทศ จนกระทั่งล่าสุดที่กำลังสอบสวนโรคกันอยู่คือเคสคนเกาหลีใต้ที่คาดว่าจะติดเชื้อจากไทย ก่อนกลับไปเกาหลีใต้และพบว่าติดเชื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน
ทุกเคสที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นว่าเรามีปัญหาเชิงระบบตั้งแต่เรื่องคัดกรอง กักตัว และติดตาม รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่รัฐได้วางไว้ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละเคส


แต่ที่เหมือนกันทุกเคสคือ ความยากลำบากในการติดตาม ว่าผู้ติดเชื้อนั้นเดินทางไปไหนมาบ้าง วันเวลาใด และมีผู้ใดบ้างที่มีโอกาสสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
ทั้งนี้แม้ระบบไทยชนะแม้จะออกแบบมาดี เพื่อให้ติดตั้งคิวอาร์โค้ดประจำร้าน และให้คนมาใช้บริการได้เช็คอินเช็คเอ๊าท์ โดยอาจมีพนักงานช่วยเตือนหรือขอความร่วมมือ...แต่เอาเข้าจริง พบว่าพอเกิดเหตุการณ์ติดเชื้อขึ้นมาในที่ใด ก็มักเจอปัญหาว่าคนไม่ได้ปฏิบัติกัน เพราะขั้นตอนเยอะ ทั้งเข้าและออก หรือขี้เกียจ หรืออะไรก็แล้วแต่
ปัญหาเชิงเทคนิคเช่นนี้คงต้องช่วยกันขบคิดหาทางทำให้มันง่ายขึ้นเหมือนตรวจอุณหภูมิวัดไข้อัตโนมัติ จะทำได้ไหม จะทำอย่างไร ทั่วถึงหรือเปล่า คาดว่าอาจจะยากในเวลาอันจำกัดและทรัพยากรจำกัด
สถานการณ์ปัจจุบัน ไทยมีไวรัสโรค COVID-19 ภายในประเทศแน่นอน แต่จะอยู่ที่ใด ใครติดอยู่บ้าง มากน้อยเพียงใด บอกไม่ได้จริง หากไม่ทำการคัดกรองวงกว้างอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้นหากเราจะป้องกันตัวของเราเองได้ อาจต้องพึ่งตัวเองครับ เป็นอีกแรงที่จะช่วยทางรัฐในการควบคุมป้องกันโรค
คิดอยู่หลายตลบ ผมตกผลึกได้เพียงว่า ด้วยกำลังและอุปกรณ์ที่ตัวเองมี ก็จะทำได้ในสองวิธีข้างต้น
...พรุ่งนี้เช้าจะไปซื้อข้าว แวะตลาด ก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ...
...ไปทำงานตึก A ก็จะถ่ายไว้ เดินไปสีลมคอมเพล็กซ์ซื้อขนมกินก็จะถ่ายรูปไว้...
...ไปดูมู่หลานที่โรงหนัง B ก็จะถ่ายรูปไว้...
ที่ละ 1 รูปก็พอ...และค้างไว้ในมือถือแบบนั้นไป


ถ้าทุกคนทำกันเช่นนี้ เวลาเกิดปัญหาติดเชื้อขึ้นมา เราจำอะไรไม่ได้ เราก็สามารถให้เจ้าหน้าที่สอบสวนโรคไล่ดูในอัลบั้มรูปมือถือได้ เพราะมีบันทึกภาพ สถานที่ วันเวลาไว้แล้ว จะไล่ไป 14 วัน หรือเดือนนึงก็ว่ากันไป
เพื่อที่จะได้เอาไปเตือนประชาชนในประเทศ ให้ตรวจสอบว่ามีใครไปที่เดียวกันเวลาเดียวกันบ้างไหม
หรือหากไม่ได้ติดเชื้อ เราถ่ายรูปเก็บไว้ประจำ พอทางการประกาศมา เราก็เช็คได้เลยเช่นกัน
ถ้ามือถือเมโมรี่ไม่พอ ก็พิมพ์เอาใส่ใน Calendar หรือจดในสมุดโน้ตหากมี...
นี่คงจะเป็นทางเลือกที่จะช่วยเสริมกับระบบไทยชนะอีกแรงหนึ่ง และเชื่อว่าเราทุกคนสามารถช่วยกันทำได้
อนาคต...มีเคสใหม่เกิดขึ้นในประเทศ จะกันไม่ให้แพร่ระบาดวงกว้างได้ ต้องทำให้กระบวนการสอบสวนและติดตามผู้สัมผัสความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วกว่าที่เราทำมา
มาช่วยกันรณรงค์ ทั้งตัวเรา สมาชิกในครอบครัว และเพื่อนสนิทมิตรสหาย เลือกทำกันนะครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...
ป.ล.1 อย่าลืมใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร พูดน้อยๆ พบคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร
ป.ล.2 เย็นนี้ภรรยาถามเรื่องข่าวโครงการวัคซีนที่ต้องหยุดทดลองไปชั่วคราว เพราะอะไร? ผมตอบไปว่า คิดว่าน่าจะเกิดปัญหาผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง ที่เราเรียกว่า Serious adverse events (SAE) ที่ไม่ได้คาดว่าจะเกิดขึ้น (unexpected)
ทั้งนี้ SAE มักมาในรูปแบบหลักๆ คือ เสียชีวิต, คุกคามต่อชีวิต เช่น ความดันโลหิตตก หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการแพ้อย่างรุนแรง ฯลฯ, ส่งผลให้เกิดการพิการ, ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น
แต่รายละเอียดลึกๆ นั้น คนที่จะทราบจะมีเพียงคณะผู้วิจัย สปอนเซอร์ที่สนับสนุนการวิจัย หน่วยงานติดตามกำกับการวิจัย และคณะกรรมการติดตามตรวจสอบข้อมูลและความปลอดภัย (Data safety monitoring board หรือ Data monitoring committee)
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเราทุกคนคงจะเอาใจช่วยทีมวิจัยต่างๆ บรรลุผลสำเร็จในเร็ววัน
ประเทศไทยต้องทำได้
ด้วยรักต่อทุกคน

ข่าวล่าสุด