ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แถลงความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้มีโครงการได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปแล้วส่วนหนึ่ง ราว 4.5 หมื่นบาท จากกรอบวงเงินชุดแรกที่สภาพัฒน์ฯ เสนอ 9.2 หมื่นล้านบาท โดยในโครงการชุดแรก จะเน้นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เน้นการท่องเที่ยวชุมชน และภาคการเกษตร คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นราว 1 แสนตำแหน่ง
ส่วนวงเงินที่เหลือในแพ็คแรกอีก 4.7 หมื่นล้านบาท ขณะนี้สภาพัฒน์ฯ อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ สภาพัฒน์ฯ จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อให้ทันเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานได้กว่า 3 แสนตำแหน่ง
เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ยืนยันว่า แผนการใช้จ่ายเงินกู้ต้องเป็นไปอย่างรอบครอบ เพื่อเกิดประโยชน์ถึงมือประชาชนมากที่สุด ส่วนคำถามที่ทำไมไม่ใช่เงินก้อนเดียวหมด ชี้แจงว่า เพื่อประเมินสถานการณ์เป็นช่วงๆ ว่าเมื่อใส่เงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร ประกอบกับสถานการณ์ที่อาจจะเปลี่ยน เช่นถ้ามีการระบาดระรอก2 ก็จะทำให้มีเงินเหลือเพื่อนำไปใช้ป้องกันอีก หรือถ้าไม่มีการระบาดระริก2 ก็จะนำเงินที่เหลือไปใส่ในแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ ศบศ ได้คิดแพคเกจใหม่ๆเพิ่มเติม อย่างการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ การกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก และการช่วยเหลือสภาพคล่องให้ sme หรือ แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ซึ่งจะอยู่ในแพ็คเกจ2 ที่จะเสนอครม. ต่อไป