ตม.สกัดแรงงานเถื่อนทะลักกรุงฯ
09 ก.ย. 2563 | jiradej

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงรวบขบวนการขนแรงงานเถื่อน 3 คดี รวบผู้ต้องหาชาวไทย พร้อมแรงงานเถื่อน ทั้งเมียนมา ลาว เวียดนาม หลบหนีเข้าเมือง 73 ราย
ข่าว
09 ก.ย. 2563 | jiradej

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงรวบขบวนการขนแรงงานเถื่อน 3 คดี รวบผู้ต้องหาชาวไทย พร้อมแรงงานเถื่อน ทั้งเมียนมา ลาว เวียดนาม หลบหนีเข้าเมือง 73 ราย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง (TIC) ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พิษณุ สิทธิฑูรย์ ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวกับการลักลอบขนแรงงานต่างด่าวเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายจำนวน 3 คดี จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมจับกุมแรงงานหลบหนีเข้าเมือง ชาวลาว 29 คนเมียนม่า 30 คน และเวียดนาม 10 คน รวม 73 คน
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า คดีแรก บก.ตม. 4 ร่วมกับ ตม.จ.นครราชสีมา ได้สืบทราบว่าในช่วงที่ผ่านมามีการลักลอบขนแรงงานเถื่อนที่ลักลอบหลบหนีเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่กรุงเทพมหานครซึ่งมีการทำเป็นกระบวนการ และจะใช้ยานพาหนะเป็นรถตู้โดยสาร วิ่งผ่านถนนในเส้นทางซึ่งผ่านจังหวัดนครราชสีมา ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร กระทั้งวันที่ 19 ส.ค. เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจะมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวจาก จ.อุดร เพื่อจะเดินทางไปหางานทำใหม่ในกรุงเทพมหานครโดยใช้เส้นทางถ. มิตรภาพ ซึ่งจะผ่านพื้นที่จ.นครราชสีมา ช่วงบริเวณต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จึงได้สนธิกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัด จนพบรถยนต์ตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีเทา (ป้ายเหลือง) หมายเขทะเบียน 30-0273 หนองคาย แล่นมาตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร
เมื่อมาถึงบริเวณจุดตรวจสกัดกั้น ซึ่งมีลักษณะตรงตามที่สายข่าวได้ให้ข้อมูลไว้ จึงได้ทำการหยุดรถสกัดกั้นและแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น พบว่าภายในรถตู้คันดังกล่าวมีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคันตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่าผู้โดยสารเป็นชาวเวียดนามทั้งหมดรวม 10 คน ตรวจสอบหนังสือเดินทางไม่พบตราประทับ และข้อมูลการเข้ามาในราชอาณาจักรที่ถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นได้ตรวจสอบคนขับรถยนต์ตู้คันดังกล่าวทราบชื่อว่านายโกมล ( ขอสงวนนาสกุล ) อายุ 55 ปี สัญชาติไทย ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับว่าจ้างจากชายคนหนึ่งให้ขับรถตู้ไปรับแรงงานซึ่งเป็นผู้โดยสารชาวเวียดนามทั้ง 10 คนในเขตพื้นที่ อ. เมือง จ.อุดรธานี เพื่อไปส่งปลายทางที่ กรุงเทพมหานคร โดยให้ค่าจ้างเป็นเงิน 8000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาชาวเวียดนามทั้ง 10 คน ป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายโกมล คนขับรถ แจ้งข้อหา ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดใดเพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายผลจากการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ตม.จ.อุบลราชธานี สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานเถื่อนเพื่อส่งไปทำงานยังกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะโดยสารมากับรถโดยสารประจำทาง เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังและบูรณาการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นบริเวณ จุดตรวจความมั่นคงบ้านโบกม่วง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี กระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น. พบรถโดยสารประจำทาง หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 16-1116 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทนครชัยแอร์ วิ่งระหว่าง เขมราฐ กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาที่ด่านตรวจเจ้าหน้าที่ได้ให้หยุด และทำการเรียกตรวจ พบผู้โดยสารชาวลาวทั้งหมด 26 คน ไม่พบเอกสารประจำตัว หรือหนังสือเดิน 7 คน ส่วนอีก 19 คนพบว่ามีหนังสือเดินทางสัญชาติลาวแต่ไม่มีตราประทับหรือข้อมูลการเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้อง
จากการสอบถามผู้โดยสารชาวลาวดังกล่าวทั้ง 26 คน ให้การว่า ได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทย เพื่อจะเข้ามาหางานทำในพื้นที่กทม. โดยได้จ่ายค่าเรือให้กับชาวลาว คนละ 2500 บาท เป็นค่าจ้างในการขับเรือมาส่งฝั่งไทย และเมื่อมาถึงฝั่งไทยจะมีนายเจี๊ยบเป็นผู้ติดต่อให้คนนำรถยนต์มารับแล้วพาไปยังบ้านของนายเจี๊ยบ เพื่อพักรอเตรียมความพร้อมในการเดินทางต่อ โดยนายเจี๊ยบคิดค่าดำเนินการคนละ 2500 บาทก่อนจะพาไปส่งที่ บริษัทนครชัยแอร์ สาขา ปากแซง พาเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร จนกระทั้งมาถูก จับกุมต่อมาเวลาประมาณ 22.10 น. ของวันเดียวกัน (4 ก.ย. 63 ) สามารถจับกุมแรงงานเถื่อน และยึดรถกระบะอีก 2 คัน พร้อมแรงงานชาวลาวทั้งหมด 29 คน พร้อมจับกุมนายคำใบ แก้วประเสิด สัญชาติลาว และนายแล่ง อุณคูณ สัญชาติลาว คนขับรถทั้ง 2 คัน ได้ที่บริเวณชายแดนด้าน ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตกับ ชาวลาว ทั้ง 55 คน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เขมราฐ และ สภ.ช่องเม็ก ดำเนินคดีตามกฎหมายส่วนนายคำใบ แก้วประเสิด และนายแล่ง อุณคูณเจ้า ชาวลาว หน้าที่แจ้งข้อหาซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดใดเพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายผลจากการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช่องเม็ก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีสุดท้าย ชุดสืบสวน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก จับกุมนายชินาธิป หรือฟู อายุ 25 ปี ชาวอ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 30 คน โดยจับกุมได้ซอยข้างสะพานห้วยแม่ต้าน 1 (บ้านใหม่) หมู่.1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ต่อเนื่องบริเวณริมแม่น้าเมย บ้านใหม่ หมู่ 1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ. ตาก เมื่อเวลา 22.15 น.(13 ส.ค.) ที่ผ่านมา
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีขบวนการขนคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองไปยังพื้นที่ชั้นใน บริเวณช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย เมียนมา กระทั่งเวลาประมาณ 22.15 น. พบรถยนต์ระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นวีครอส สีบรอน์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับมุ่งหน้าไปบริเวณริมแม่น้าเมย ก่อนขับกลับออกมาทางถนนสายที่ 105 ท่าสองยาง แม่สะเรียง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอตรวจค้น ก็พบบุคคลต่างด้าวซุกซ่อนอยู่ในรถดังกล่าว
สอบสวนนายชินาธิป ให้การว่า มีนายธัชชัย หรืออ้วน หรือเกลอะดี เป็นคนสั่งการให้ไปรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาดังกล่าว เพื่อนำไปส่งให้ในกทม.
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การซักทอดว่ายังมีอีกกลุ่ม รอขึ้นรถอยู่บริเวณริมน้าเมยใกล้เคียงกับจุดที่คนต่างด้าวทั้ง 16 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถยนต์เข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อไปถึงพบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาอีก 14 ราย ที่กาลังรอขึ้นรถอยู่บริเวณริมแม่น้าเมย บ้านใหม่ หมู่ 1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ. ตาก จึงทำการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับที่ 1 ในความผิดฐาน "ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม" และแจ้งข้อกล่าวหาแก่คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 30 ราย ในความผิดฐาน "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย" และ "ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ฉบับที่ 1/2563 และ ฉบับที่ 3/2563 เรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดตาก อันเป็นเหตุให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง เป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายประกอบกัยช่วงนี้มีการแพร่ระบาดโควิด-19 การที่นำแรงงานเข้ามาโดยไม่มีการคัดกรองอาจทำให้มีการนำเชื้อเข้ามาแพร่จนควบคุมไม่ได้ หลังจากนี้จะทำการสืบสวนหาตัวผู้บงการ และประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรด้วย